The Success Principles : สมการความสำเร็จ ตอนที่ 1

ถ้าพูดถึงเรื่องเป้าหมายในชีวิต ทุกคนคงจะมีแล้ว เจอแล้ว วางแผนแล้ว หรือบางคนอาจจะอยู่ในระหว่างทางที่หาคำตอบอยู่

สำหรับคนที่เจอแล้วรู้แล้วแต่ไม่รู้จะเอาไงดีกับหนทางที่จะไป

หรือแม้แต่บางคนที่รู้สึกว่าชีวิตฝืดๆ อืดๆ อะไรๆก็ดูยาก โอกาสน้อย หนทางไม่มี  อยากหนีปัญหาเอาไงดี

อยากให้ลองอ่านแนวคิดนี้ดูค่ะ เรื่องของสมการสู่ความสำเร็จ

จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตัวเราเองก็กำลังฝึกตัวเองอยู่นะคะ ไม่ใช่ผู้รู้ หรือผู้สำเร็จแล้ว  ที่จะมาบอกว่าเฮ้ยยยมันเจ๋งนะมันทำได้ไรงี้ค่ะ

แต่เราแค่คิดว่า “เออมันจริงว่ะ”  อยากลองดูสักตั้ง อยากบอก อยากให้กำลังใจใครหลายคนที่ฝืดๆอืดๆ เหมือนเราได้ลองเรียนรู้กะสิ่งนี้ดู

ว่าด้วยเรื่องสมการนี้ เราได้เรียนจากห้องเรียนที่ชื่อว่า “Life Coaching” การเป็นโค้ชชีวิต แหมๆๆอ่านดูแล้วเหมือนกะว่าเรียนไปแล้วอิฉันนี่น่าจะสามารถเป็นโค้ชส่องทางสว่างให้กับคนได้ถ้าเรียนจบงี้เป็นแน่  …เปล่าค่ะ  ห้องเรียนนี้เรียนแค่ 2 วัน  บทเรียนชีวิต เคสชีวิตที่วิทยากรให้ทดลองไม่ใช่ใครที่ไหน ตัวเราเองนี่ล่ะคะ่  จะเริ่มโค้ชคนอื่นได้ ต้องรู้จักตัวเองโค้ชตัวเองให้ได้ก่อน นี่ไง นี่ล่ะที่บอกว่าอิชั้นไม่ใช่ผู้รู้ แต่เป็นผู้เรียนทุกๆนาทีในการดำรงชีวิตอยู่น่ะเอง

เข้าเรื่องดีกว่า … แนวคิดนี้มาจากหนังสือ The Success Principles ของ Jack Canfiefd

สมการนี้มีมีง่ายๆ สั้นๆว่า ” E+R=O”

อธิบายย่อๆ ตามภาพนี้เลยค่ะ

Image

จากสมการข้างบน ทำให้เรานึกถึงหลายๆ เรื่องที่ตัวเองฝืดๆ อืดๆ หรือแบบติดค้างในใจหลายอย่าง

เช่นแบบ เคสของเราที่ถามอาจารย์นะคะ  คือเรื่องมันมีอยู่ว่า เรารู้ว่า event คือคนรอบข้างมีความคิดที่ขัดแย้งกับความคิดเรามันขัดแย้งกับความรู้สึกของเราเหลือเกิน แต่เพื่อให้ได้ OUTCOME ที่เราต้องการคือการรักษาสัมพันธ์ภาพเราจึงเลือกที่จะไม่พูดในสิ่งที่เราคิด เพราะถ้าพูดไปเรากลัวที่จะเผชิญกับความขัดแย้ง การทะเลาะไม่จบสิ้น

เราเลยถามอาจารย์ว่า ทำไมเพื่อให้ได้ OUTCOME แบบที่เราต้องการแบบนี้แล้วเราถึงรู้สึกอึดอัดล่ะ ทำไมเราถึงไม่ HAPPY กับมันล่ะ

อาจารย์บอกว่า นั่นแปลว่า OUTCOME นั้นไม่ใช่ OUTCOME ที่เราต้องการ เพราะ OUTCOME ที่เราต้องการจริงๆคือเราต้อง HAPPY กับมันด้วย

เราตั้งคำถามว่า แล้วถ้างั้นเราต้อง response อย่างไรเพื่อให้เรา HAPPY

อาจารย์บอกว่า เราจะ HAPPY ได้ต่อเมื่อเราปรับความเชื่อ ค่านิยมบางอย่างในตัวเราก่อน เช่น ตอนนี้คุณอาจจะรู้สึกอึดอัดเพราะความเชื่อของคุณตอนนี้คือคิดว่าความคิดเห็นของตัวเองเป็นสิ่งที่ถูกต้อง  และความคิดเห็นของคนอื่นไม่ถูก…อื่มก็จริงอ่ะ –”

สิ่งที่เราจะต้องเปลี่ยนค่านิยมนี้ใหม่คือ ยอมรับในความแตกต่าง ทุกคนสามารถคิดเห็นแตกต่างได้ พูดและแสดงออกได้ในสิ่งที่คิด ไม่มีผิดไม่มีถูก และสำคัญสุดๆคือ ถ้าคุณคิดว่าสิ่งนั้นมันรำคาญใจเหลือเกิน ให้เราคิดใหม่ โดยการไม่ต้องให้ความหมายใดๆ กับมันทั้งนั้น เช่น ไม่ต้องคิดตาม ไม่ต้องย้อนแย้งในใจ ไม่ต้องแปลความหมายอะไรกับสิ่งๆนั้นคำพูดนั้น แล้วเราจะ HAPPY กับมัน

จากที่ได้ฟังอาจารย์พูดอันนั้น เราเลยเอามาลองใช้ดู ได้ยิน ได้เห็นอะไรที่แบบรำคาญใจแต่พูดไม่ได้ ก็แค่ตั้งสติ ไม่ต้องให้ความหมายอะไรมันทั้งนั้น ฟังแบบไม่ต้องตัดสิน ไม่ต้องปรุงแต่งจิต ….เห้ยยย มันได้ผลว่ะ … คือแบบว่ารู้สึกดีมากๆอ่ะ รู้สึกดีกะคนรอบข้าง กะคนๆนั้น และก็กะตัวเอง

แค่ปรับ Response แบบไม่ต้องทำอะไรใหม่ ไม่ต้องเปลี่ยน action อะไรเลย เปลี่ยนแค่ใจเองอ่ะ เราก็ได้เจอผลลัพท์ที่ต้องการและมีความสุข

จริงๆ มีอีกหลายตัวอย่างที่ปรับใช้ได้ค่ะ เช่น การเลี้ยงลูก อยากให้ลองอ่านเหตุการณ์นี้แล้วลองคิดตามดูค่ะ

คุณลูกสาวอย่างเกรี้ยวกราดที่ทำกาแฟหก  ลูกสาวร้องไห้ด้วยความเสียใจ

หลังจากที่ได้ดุลูกไปแล้ว คุณหันไปที่ภรรยาแล้วต่อว่าที่เธอวางถ้วยกาแฟไว้ใกล้ขอบโต๊ะมากเกินไป

ต่อมาก็เป็นการทุ่มเถียงกัน  แล้วคุณก็รีบขึ้นไปห้องชั้นบนเพื่อเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่

จากนั้นก็กลับลงมาชั้นล่างแล้วก็พบว่าลูกสาวยังร้องไห้ไม่เลิก

ก็เลยทานอาหารเช้าไม่เสร็จ

พอรถโรงเรียนมารับ เธอก็ออกไปไม่ทันรถโรงเรียนที่มารับ
ภรรยาคุณต้องรีบไปที่ทำงานแต่เช้าวันนี้

คุณเลยต้องรีบออกรถเพื่อไปส่งลูกสาวก่อน

เพราะว่าออกจากบ้านสายคุณก็เลยต้องรับ คุณขับรถ 60 ก.ม. ต่อชั่วโมง

ในเขตในเมืองที่ไม่ควรขับเร็วกว่า 40 ก.ม. ต่อชั่วโมง
หลังจากที่สายไป 15 นาที และเสียค่าปรับให้ตำรวจไปแล้ว

ในที่สุดก็ถึงโรงเรียน  ลูกสาวก็วิ่งเข้าโรงเรียนโดยที่ไม่ได้สวัสดีลา

พอมาถึงที่ทำงานสายไป 20 นาที ก็นึกได้ว่าาลืมกระเป๋าเอกสารไว้ที่บ้าน

การทำงานก็เริ่มต้นด้วยความขรุกขระ  เวลาผ่านไป ก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ  ก็ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงเวลาเลิกงาน

เมื่อคุณกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าความสัมพันธ์ของคุณกับลูกสาวและภรรยามีรอยร้าวซะแล้ว

เกิดอะไรขึ้นล่ะ?…ก็เพราะสิ่งที่คุณแสดงปฎิกริยาออกไปเมื่อเช้านี้ไงล่ะ
ทำไมคุณถีงมีวันอะไรที่เฮงซวยอย่างนี้?
ก กาแฟทำให้มันเกิดขึ้นหรือเปล่า
ข ลูกสาวทำให้เป็นอย่างนี้หรือ
ค ตำรวจทำหรือไม่
ง คุณทำให้มันเป็นเองไม่ใช่หรือ 

 

จากเหตุการณ์ข้างบน เห็นชัดเลยทุกอย่างอยู่ที่ Response ของเราเองนั่นแหละค่ะ ลองถามใจเราดูอีกทีว่าเราต้องการ Outcome อย่างไหนกันแน่

หากคุณมัวแต่โทษหัวหน้า โทษลูกน้อง โทษสังคม โทษทีวี โทษฟ้าดิน โทษเวรกรรม โทษคนข้างบ้าน โทษคนในครอบครัวแล้วถามว่าคุณเปลี่ยนพวกเค้าได้หรือไม่

เปลี่ยนจากโทษสิ่งเหล่านั้น เป็นความเข้าใจ และกลับหันมาดูตัวเราเองแล้วถามตัวเราเองว่าแล้วเราล่ะได้เปลี่ยนอะไรบ้างแล้วหรือยัง

ส่วนอิช้าาน ก็กำลังเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่าง เพื่อสู่เป้าหมายและความสำเร็จที่ตั้งไว้อยู่จ้า  อาจจะหลงบ้างลืมบ้างก็ต้องเตือนสติตัวเองกันไปค่ะ

ขอกำลังใจและเป็นกำลังใจให้ทุกคนคะ

แม่แป้ง

ปล. ตอนหน้าจะพาไปดูคนที่ใช้ชีวิตด้วยสมการนี้แล้วประสบความสำเร็จในชีวิตนะคะ ขอบคุณที่ติดตามจ้า


One thought on “The Success Principles : สมการความสำเร็จ ตอนที่ 1

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s