ตอนที่ 8 : รู้เรา(ตนเอง) รู้เขา (ลูก)

ตอน รู้เรา(ตนเอง) รู้เขา (ลูก)

A99F1B13-8DE2-4E86-A719-CAA151384360_zpsqry5zwfs

จากที่เขียนมาหลายตอน ผมขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ใช่ผู้ที่รู้ดีที่สุดเรื่องการเลี้ยงลูก

เพราะผมก็เพิ่งมีลูก อายุลูกก็แค่ 1.6 ปี เท่านั้น

บทความที่ผมได้เขียนขึ้นเกิดจากการที่ได้ศึกษาเรียนรู้

และอ่านหนังสือบทความของอาจารย์ท่านต่างๆ

และได้นำไปทดลองใช้กับลูกได้ผลอย่างไรก็นำมาเล่าเพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์นำไปปรับใช้กัน และผมกับผู้อ่านเราจะศึกษาไปพร้อมๆกันนะครับ

 

สำหรับ ตอนนี้ผมให้ชื่อว่า “ รู้เรา(ตนเอง) รู้เขา(ลูก)”

การที่เราจะสร้างให้ลูกเป็นเด็กที่รักการเรียนรู้ได้นั้น

ผมเชื่อว่าเราต้องทำเป็นแบบอย่างก่อน

นั้นคือการเรียนรู้จักตนเองของเราก่อน ถามว่าทำไมต้องรู้จักตัวเราเองก่อน

เพราะตัวเรานี้แหละมีผลต่อการเรียนรู้ของลูก

ผมจะลองยกตัวอย่าง ตัวผมเองและสิ่งที่ผมค้นพบจากห้องเรียนพ่อแม่ เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยจิตตื่นรู้ให้ฟัง

ก่อนที่ผมจะไปสัมมนา ผมไม่เคยรู้จักตัวเองหรือรู้ก็แค่ผิวเผิน

ผมเชื่อว่าอีกว่าหลายๆ คนก็อาจจะยังไม่รู้ตนเองเลยด้วยซ้ำ

คำว่ารู้ตนเองในที่นี้หมายถึงรู้ถึงพฤติกรรมการแสดงออกทาอารมณ์หรือวิธีคิด

และกลไกการเกิดสิ่งเหล่านั้นในตัวเราเพื่อหาทางยับยั้งกลไกนั้น

หลายครั้งผมเองมักจะดุลูก เมื่อบอกหรือห้ามแล้วเค้าไม่ฟัง

ดุลูกพูดเสียงดังใส่เค้าเมื่อเค้าร้องไห้แบบไม่มีเหตุผล (อาจจะมีแต่ผมไม่ได้สังเกต)

ดุเค้าเมื่อเค้าขว้างของเล่นหรือรื้อของเล่นออกมากระจัดกระจาย

อารมณ์โกรธของผมเกิดขึ้นเมื่อพูดกับหลานหรือลูกแล้วเค้าไม่ฟัง

พ่อๆแม่ๆหลายๆคนเป็นไหมครับ

 

หลังจากที่ผมไปสัมมนา ในการสัมมนามีการพูดถึงเรื่อง นพลักษณ์ หรือEnneagram

มีการทำworkshop ว่าตัวเรานั้นมีลักษณ์แบบไหนเป็นลักษณ์หลัก

ทำให้ผมรู้ว่าผมเองนั้นเป็นลักษณ์ไหน และทำให้ผมเชื่อมโยงได้ว่า

สิ่งที่ผมเคยได้ยินมานาน ว่าดูจิตหรือรู้เท่าทันจิต

นั้นมันคือการที่เรารู้ว่ากลไก ตัวตนของเรานั้นกำลังจะทำงาน และเราจะได้ยับยั้งมันได้นั้นเอง

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันเกี่ยวกันอย่างไรกับการเลี้ยงลูก

แน่นอนครับมันเกี่ยวกันอย่างชนิดที่ว่าแยกกันไม่ออกเลยที่เดียว

เพราะลักษณ์หรือตัวตนของเรานี้แหละ ที่จะเป็นตัวขัดขวางการเรียนรู้ทั้งของตัวเราและของลูก

ผมจะยกตัวอย่างให้ดู

ตัวอย่าง ในลักษณ์ของผมนั้น มีด้านลบคือ ชอบควบคุม โกรธง่าย อารมณ์ร้าย ไม่ยืดหยุ่น

ถ้าผมไม่เข้าใจตรงนี้ ถามว่าจะเกิดอะไรกับลูกเมื่อเราสอนลูก

สิ่งที่จะเกิดคือ การบังคับให้ลูกทำในสิ่งที่เราอยากให้ทำ(แต่ลูกอาจจะไม่อยากทำก็ได้)

คาดหวังกับลูกมากจนเป็นการกดดันลูก โมโหลูกเมื่อเค้าทำในสิ่งที่เราอยากให้ทำไม่ได้

พวกเราคงเคยเห็นหรือเคยได้ยินกันใช่ไหมครับ ที่พ่อแม่ให้ลูกเรียนๆ เพื่อนสอบแข่งขัน

ลูกฉันจะต้องเป็นที่ 1 เข้าโรงเรียนดีๆ มีชื่อเสียงให้ได้

ห้ามลูกวิ่งเล่นกับเพื่อนเพราะไร้สาระ(แนะคิดแทนลูกเชียว)

ผมโชคดีที่รู้ก่อน เพราะบางอย่างผมก็เคยทำกับลูกไปแล้ว ซึ่งมามองย้อนกลับไป มันไม่ดีเลย

ดังนั้นเมื่อผมรู้กลไกแล้ว  ผมก็พยายามที่จะลดความเป็นตัวตนด้านลบให้มากที่สุด

ซึ่งการทำแบบนี้มันส่งผลทำให้ผมมีความสุขในชีวิตการทำงานด้วย

เมื่อเรามีความสุข สุขก็ถูกส่งถึงคนรอบข้างด้วย รวมถึงลูกของเราด้วยและอีกนั้นแหละครับ

 

ลูกของเราเค้าก็จะมีลักษณ์ของเค้าเอง ซึ่งถ้าเราไม่เข้าใจ และเราพยายามเอาตัวตนของเราเข้าไปใส่ในลูกของเรา

ซึ่งเค้ามีตัวตนของเค้า เด็กอาจจะรู้สึกเครียด เหนื่อย และเบื่อ

นั้นแหละครับคือการบันทอนศักยภาพการเรียนรู้ของเค้าอาจเป็นความหวังดีแต่ประสงค์ร้ายโดยไม่รู้ตัว

 

สุดท้ายนี้ผม ขอยกบทความ ที่เป็นข้อสรุป จาก โรงเรียน กระบวนกร ครั้งที่4

โดยอาจารย์ วิศิษฐ์ วังวิญญู บันทึกวันที่25ส.ค.56

…ธรรมชาติเดิมแท้ของมนุษย์หากไม่ถูกกระทำให้เสียหาย จะมีศักยภาพการเรียนรู้อย่างเป็นปาฎิหารย์อยู่แล้ว -ปัจจัยที่จะเอื้อให้บุคคลเติบโตขึ้นมเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ได้ แก่ความปลอดภัยทางกาย และการตอบสนองด้วยสมองซีกขวา(อารมณ์ความรู้สึกทางใจ) จากผู้ดูแล(พ่อแม่) เป็นการเชื่อมต่อทางใจอย่างละเอียดอ่อน หากปัจจัยครบถ้วน สมองชั้นกลางของเด็กจะไปเชื่อมกับสมองชั้นนอก ชีวิตจะถูกนำด้วยปัญญา แต่ถ้าหากปัจจัยไม่ครบ ชั้นกลางจะไปเชื่อมกับชั้นต้นคิดแค่การอยู่รอด เห็นแก่ตัว และไม่เรียนรู้

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการที่เราเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงและความเป็นตัวตนของตัวเราเองและของลูก

ควบคู่กับการให้ความรักและความผูกพันธ์ในครอบครัวพ่อแม่ลูก

จะเป็นตัวที่จะช่วยผลักดันศักยภาพการเรียนรู้ของลูกอย่างน่ามหัศจรรย์…

สำหรับการบ้านของผมต่อคือไปศึกษาเรื่องนพลักษณ์ให้เข้าใจอีกครั้ง

แล้วจะรีบมาเล่าให้ฟังในแต่ละลักษณ์นะครับ

พ่อโป๊ะ

——————————————————————————————-

• หากลูกของคุณโกหกบ่อย อาจเป็นเพราะคุณลงโทษเขามากเกินไป

• หากลูกของคุณขาดความมั่นใจในตัวเอง อาจเป็นเพราะคุณไม่เคยให้กำลังใจเขา

• หากลูกของคุณไม่ค่อยพูด อาจเป็นเพราะคุณไม่ค่อยพูดคุยกับเขานัก

• หากลูกของคุณชอบลักขโมย อาจเป็นเพราะคุณไม่เคยสอนเ…ขาให้รู้จักคำว่า ‘ให้’

• หากลูกของคุณขี้ขลาด อาจเป็นเพราะคุณคอยแต่ปกป้อง แก้ต่างให้เขา

• หากลูกของคุณไม่ให้เกียรติผู้อื่น อาจเป็นเพราะคุณมักขึ้นเสียงกับพวกเขา

• หากลูกของคุณโกรธง่ายอยู่ตลอดเวลา อาจเป็นเพราะว่าคุณไม่เคยชื่นชมเขาเลย

• หากลูกของคุณเป็นคนงก ตระหนี่ อาจเป็นเพราะคุณไม่เคยแบ่งปันอะไรให้เขา

• หากลูกของคุณอันธพาลชอบรังแกคนอื่น อาจเป็นเพราะคุณแสดงความรุนแรงก้าวร้าวให้เขาเห็น

• หากลูกของคุณอ่อนแอ อาจเป็นเพราะคุณชอบข่มขู่ให้เขาหวาดกลัว

• หากลูกของคุณขี้อิจฉา อาจเป็นเพราะคุณเพิกเฉย ไม่ใส่ใจเขา

• หากลูกคุณมักสร้างความรำคาญใจต่อคุณ อาจเป็นเพราะคุณไม่เคยกอด ไม่เคยหอมเขา

• หากลูกของคุณไม่เชื่อฟังคุณ อาจเป็นเพราะคุณเรียกร้องมากเกินไปจากพวกเขา

• หากลูกของคุณชอบเก็บเนื้อเก็บตัว อาจเป็นเพราะคุณยุ่งแต่เรื่องของตัวเองมากเกินไป {ด็อกเตอร์ฏอริก อัลฮาบีบ}

แหล่งมา:: เพจ Islam for kids แปลเรียบเรียง:: เพจนี้สำหรับคุณแม่


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s