ตอนที่ 9: พิธีกรรม


ตอนที่9 พิธีกรรม
หลายคนเห็นชื่อตอนแล้วอาจจะงงว่า เลี้ยงลูก ทำไมมีพิธีกรรมด้วย
สงสัยจะเป็นเรื่องงมงายแน่ๆ ช้าก่อนๆ อย่าเพิ่งด่วนสรุป เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังนะครับ

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมได้มาจาก การร่วม “ work shop เลี้ยงลูกด้วยจิตตื่นรู้”
เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดตัวตนของพ่อ แม่ให้ใกล้ชิดกับลูก สร้างสัมพันธ์ทางใจ ระหว่างพ่อ แม่ ลูกได้อีกด้วย
วิธีนี้ยังเป็นการ ทำให้ Implicit Memory แปลเปลี่ยนเป็น Explicit Memoryได้อีกด้วยนะครับ
(การที่ไม่ทิ้งสิ่งที่ติดค้างไว้ในใจลูก อ่านเพิ่มเติมได้ในตอนที่3)

วิธีการก็คือ ง่ายๆครับ หาเวลาที่สบายๆ ที่อยู่พร้อมหน้าพ่อ แม่ลูก อาจจะจุดเทียนซัก 1 เล่ม
จะกินขนมกันไปด้วยก็ได้ เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศ ให้ความรู้สึกอบอุ่นนิ่งสงบมั่นคง
แล้วเริ่มบอกลูกของเราว่า “ ถ้าแม่ทำอะไรผิดไป แม่ขอโทษนะแม่รักลูกนะ ”
อาจจะมีด้ายสายสินธ์ มาผูกที่ข้อมือลูกด้วยก็ได้ ผมเชื่อว่าหลายท่านไม่เคยทำแน่ๆ
ผมเองก็ไม่เคยทำ ซึ่งวิธีนี้ผมว่าเป็นเครื่องมือในการลดตัวตนของคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างเราๆได้เป็นอย่างดีเลย

ผมคิดว่าการเปิดใจขอโทษและรับฟังลูกนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สังคมไทยในสมัยนี้ละเลย
อาจจะด้วยสภาพเศรษฐกิจ สังคมที่เร่งรีบ แข่งขันจนเราละเลยที่เราจะรับฟังเสียงในครอบครัว
พ่อ แม่ หลายคนเลี้ยงลูกแบบ ลูกต้องฟัง ฉันๆถูกเสมอเพราะฉันเป็นพ่อแม่ของเธอนะ
โดยที่ไม่เคยรับฟังเสียงเล็กๆของลูกเลย ลองคิดดูสิครับถ้าเราไม่ลดตัวตนของเราเพื่อไปฟังลูกหรือขอโทษลูกบ้าง
เมื่อเราทำผิดกับเค้า อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อลูกเติบโตขึ้นเป็นวัยรุ่น ลูกก็จะติดเพื่อนมากขึ้นเพราะเค้ากลัวคุณ
และเพื่อนจะรับฟังเค้ามากกว่าคุณ (พวกเราทราบดีเพราะเราก็ต่างผ่านช่วงวัยนั้นมาแล้ว)
ระยะห่างระหว่างคุณกับเค้าจะห่างออกไปเรื่อยๆ ถ้าคบเพื่อนดีก็ดีไป ถ้าคบเพื่อนแย่ก็แย่ตาม

ผมมีเรื่องจากคุณแม่นุช ที่ สัมมนา work shop เลี้ยงลูกด้วยจิตตื่นรู้ มาแชร์ให้ฟังครับ

“ได้กลับไปทำพิธีกรรมเล็กๆในการพูดคุยหลังจากอบรมวันแรก
คือล้อมวงสนทนาในบรรยากาศสบายๆก่อนนอนระหว่างพ่อ.แม่ ลูก จุดเทียน.หาที่นอน
หมอนนุ่มๆมานั่งคุยกัน
ลูกสาว4ขวบกว่ารู้สึกติ่นเต้นมาก เขาขออ่านนิทาน และร้องเพลงพร้อมทั้งเชิญชวนให้ทำท่าประกอบตามเขา.
และขอเป็นผู้นำวงสนทนา เขาขอให้จัดแบบนี้ทุกคืนเราก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง.ทุกครั้งที่ทำจะรู้สึกดี
ล่าสุดมีวันนึงไปซื้อของที่โลตัส ขณะจ่ายเงินเราหาเงินในกระเป๋านึกว่าหาย.ก็เริ่มคิดและหงุดหงิด
ลูกสาวร้องเรียกและเซ้าซี้ให้แม่ดูเขาเล่น.เราดุกลับไปเดี๋ยวก่อนได้มั้ย
ลูกสาวก็เงียบไป.พอตกกลางคืน ลูกสาวพูดขึ้นในวงว่า
ลูก”วันนี้หนูรู้สึกเสียใจมี่แม่ดุ”(เค้ายังติดใจอยู่)
แม่”อืมแม่ขอโทษ แม่ขอสารภาพว่าตอนนั้นแม่หาเงินไม่เจอ และเริ่มหงุดหงิด
ไม่มีสติ มัวแต่คิดว่าเงินหายไปไหน แม่ต้องขอโทษด้วยนะที่ดุหนู”
ลูก”ไม่เป็นไร ค่ะ หนูใหอภัย .แต่คราวหลังแม่พูดอย่างนี้ก็ได่ว่า”ตอนนี้แม่กำลังคิดอยู่อย่าเพิ่งรบกวนแม่ได้มั้ยจ้ะ” หนูชอบให้พูดดีๆเพราะๆ ไม่ชอบให้ดุ”
แม่”อ๋อ อยากให้แม่พูดแบบนี้เหรอลูก ได้สติ ขอบใจนะที่บอกความต้องการ และเสนอวิธีการเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้อีกรู้สึกเห็นประโยชน์จากการทำพิธีกรรมเล็กๆแบบนี้เพราะมันช่วยให้คลายสิ่งที่ติดอยู่ในใจที่อาจประสบได้ในแต่ละวัน ได้เคลียร์ไม่ค้างคา พร้อใทั้งร่วมหาทางออก อีกทั้งเป็นการฝึกลูกเมื่อเขาโตขึ้นเขาจะมีรูปแบบการแก้ไขปัญหาได้.เขาพร้อมจะปรึกษาพูดคุยกับเรา และมีสัมพันธภาพที่อบอุ่นใกล้ชิด


ขอขอบคุณเรื่องราวดีๆของแม่นุชไว้ ณที่นี้ด้วยนะครับ
ซึ่งทำให้ผมรับรู้ได้ว่าวิธีนี้ใช้สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว
ยังทำให้เราทราบความรู้สึกของลูกได้อีกด้วย ถ้าทุกครอบครัวทำพิธีนี้กันทุกๆวันผมเชื่อว่าในอนาคตปัญหาสังคมจะลดน้อยลงและมีเยาวชน ที่ดีเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน


ส่วนผมแม้ว่าณดาจะยังพูดไม่ได้เยอะแบบเด็กโต

แต่ผมก็จะค่อยๆเริ่มพิธีกรรมนี้ก่อนนอนกับเค้าดูครับ
TalkingWithChild_large
พ่อโป๊ะ

3 thoughts on “ตอนที่ 9: พิธีกรรม

  1. ขอบคุณค่ะ เป็นพิธีกรรมที่วิเศษจริงๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s