ตอนที่ 14 เติมพลังชีวิต

Image

เติมพลังชีวิต ผมได้มีโอกาสได้รู้จักกับศาสตร์ที่เรียกว่า Life Coaching ผ่านการบอกเล่าของแม่แป้ง ซึ่งได้ไปอบรม การเป็น coach สำหรับให้คำปรึกษากับพนักงานในบริษัท และจากการที่แม่แป้งนำมาเล่าให้ผมฟัง เลยทำให้ผมได้รับความรู้และถูกCoach ไปในตัว อืมมันดีมากๆเลย

ข้อคิดและเทคนิคบางอย่าง เมื่อผมนำมาใช้และ ใคร่ครวญกับตนเองแล้ว มันช่วยให้ผมขัดเกลาความเชื่อบางอย่างในตัวของผมไปได้ ซึ่งมันดีกับผมมากๆ และในตอนนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์ที่ผมได้นำความรู้และสิ่งที่ผมได้ไปบอกต่อกับป้าพนักงานท่านหนึ่ง และสามารถทำให้เค้าปรับเปลี่ยนความเชื่อบางอย่างที่ทำให้เป็นทุกข์ คุณป้าท่านนี้ ทำงานอยู่ในแผนกที่ ผมต้องติดต่อประสานงานด้วยจึงทำให้ ผมได้มีโอกาสพูคุยกับท่านเสมอ

 เมื่อหลายเดือนก่อนคุณป้าท่านนี้เพิ่งจะได้ผ่านการรับการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งตอนนี้ได้หายดีแล้ว หากแต่คุณป้ายังมีอาการที่ไม่มีเรี่ยวแรง และสภาพจิตใจห่อเหี่ยว ไปโรงพยาบาล ให้หมอตรวจก็พบว่าปอดของป้ามีจุดเล็กๆขาว ๆแต่หมอก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร คุณป้านอนโรงพยาบาลอยู่หลายคืน จนเบื่อก็กลับมาทำงาน และไม่อยากกลับไปหาหมออีก แต่เมื่อมาทำงานก็ไม่สามารถทำงานได้เพราะไม่มีแรงจะทำงาน ทำให้ต้องนั้งเฉยๆ ดูเพื่อนพนักงานทำงาน

เมื่อผมมีโอกาสเลยเข้าไปพูดคุยกับคุณป้า ตอนแรกกะจะให้กำลังใจอย่างเดียวแต่ คิดไปคิดมาเลยลองเล่าสิ่งที่ได้เรียนมาและแนะนำเทคนิคบางอย่างให้กับท่านไป นั้นคือการเขียนความสุข ที่เราเคยได้สัมผัสมา เขียนด้วยอารมณ์ความรู้สึก โดยบรรยายออกมาเป็นสัมผัสทั้ง 5 เช่น ฉันมีความสุขจังเลยที่ได้ยืนอยู่ริมทะเล ได้ยินเสียงคลื่น และลมกระทบใบหน้า ได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ เท้าได้สัมผัสหาดทรายขาวที่ยาวสุดสาย ตา เป็นต้น ซึ่งการที่เราได้เขียนบรรยายความสุขบ่อยๆ มันเป็นการทำให้เราได้แช่อยู่ในความสุขนั้น จะช่วยให้คนที่เป็นโรคซึมเศร้า นั้นหายจากการซึมเศร้าได้ (เทคนิคนี้ผมได้มาจาก “ การเลี้ยงลูกด้วยจิตตื่นรู้” ของอาจารย์ วิศิษฐ์ วังวิญญู)

พอผมได้บอกเล่าวิธีการนี้ให้คุณป้าฟัง ท่านก็นิ่งไปพักนึงแล้วบอกผมว่าใช่แล้วคุณโป๊ะ ป้าเขียนลงสมุดทุกวันเลย เขียนเป็นเล่ม แต่ ป้าเขียนแต่ความทุกข์ลงไป เขียนแต่คำว่าเมื่อไหร่กูจะตายซะที ทำอะไรก็ไม่ได้เป็นภาระบริษัท จะทำอะไรก็ไม่ได้ ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมอยากจะตายๆไปซะ ซ้ำไปซ้ำมา เขียนเป็นเล่มๆ อืม มิน่าละคุณป้าถึงได้ไม่มีแรงและจิตใจห่อเหี่ยว

คุณป้าเลยบอกผมว่าจะกลับไปเผาสิ่งเหล่านั้นทิ้ง แล้วจะหันมาเขียนความสุขแทน ผมเลยฝากให้แกไปลองเขียนดู 2วันแล้วกลับมาเล่าให้ผมฟังว่าเป็นอย่างไร หลังจากนั้นป้าก็กลับมาเล่าให้ผมฟังว่าหลังจากทำไป2 วัน รู้สึกโล่งสบาย และการพูดคุยแบบนี้ไม่เคยมีใครมาคุยกับแกมาก่อนและทำให้แกยอมกลับไปหาหมออีกครั้ง (อันนี้ต้องขอขอบคุณภรรยาที่น่ารักที่แนะนำความรู้และเทคนิคดีๆที่ใช้ในการพูดคุย)

ถึงแม้การพูดคุยครั้งนี้ของผมจะไม่ช่วยให้ความทุกข์และกังวลใจของคุณป้าได้หาไปอย่างปริดทิ้งแต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้ความทุกข์ในใจของคุณป้าได้จางหายไปบ้าง ยังมีเทคนิคที่ผมแนะนำคุณป้าไปเอาไว้ตอนต่อไปจะเล่าให้ฟังนะครับ

วิธีการเขียนความสุขนี้เราสามารถทำได้ทุกวันเพื่อเป็นการเติมพลังชีวิตให้เรามีกำลังที่จะเผชิญกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต สำหรับเด็กๆเราก็สามารถมาประยุกต์ใช้โดยการให้เค้าเล่าความสุขที่เกิดจากการเล่นของเค้าให้พ่อ แม่อย่างเราฟังบ่อยๆ

ผมเชื่อว่ามันจะทำให้ลูกของเราเป็นเด็กที่มีความสุขและพร้อมที่จะเผชิญปัญหาในอนาคตได้อย่างมั่นคงและแข็งแรง

 

พ่อโป๊ะ


3 thoughts on “ตอนที่ 14 เติมพลังชีวิต

  1. การจินตนาการเขียนถึงความสุข เป็นอีกศาสตร์ของสมองเรียกว่า
    NLP ย่อมาจาก Neuro-Linguistic Programming

    NLP คือเทคนิค
    การจัดพฤติกรรมของสมองและจิตใต้สำนึก (Neuro)
    โดยใช้ชุดภาษาพูดและทางกาย ( Linguistic)
    เพื่อช่วยให้บุคคลแปลความสิ่งที่มากระทบใหม่ แล้วตอบสนองเป็นพฤติกรรมใหม่ที่ดีเป็นประโยชน์กับชีวิต (Programming)

    NLP มักใช้การทำคลื่นสมองให้อยู่ในภาวะที่เหมาะกับการสร้างความเปลี่ยนแปลง (Trance, Ultered State)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s