Parent as Coach ตอนที่1

Parent as Coach ตอนที่1
—————————-

10984051_1603475829864812_4228488110100971104_n
หลายครั้งที่มีคำถามมาที่ผมเรื่องที่ว่าเลี้ยงลูกไม่ตีลูกไม่ทำโทษลูก เป็นการสปอยลูกหรือเปล่า เดี๋ยวลูกก็นิสัยเสียหรอก ผมอยากจะอธิบายอย่างนี้นะครับว่า การที่ไม่ได้ตีหรือทำโทษลูก ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องตามใจหรือยอมในสิ่งที่ลูกทำหากแต่เราสามารถเบี่ยงเบนความสนใจหรือใช้ข้อตกลงอื่นๆกับลูกได้ ส่วนการอธิบายเหตุผลนั้นมาแน่นอนครับ สอนเมื่อสมองพร้อมรับฟังเท่านั้น

สิ่งสำคัญคือตัวคุณพ่อคุณแม่มีความอดทนและดำรงอยู่เพื่อลูกได้มากแค่ไหน บางบ้านไม่ตีลูกก็จริงแต่ใช้การอธิบายเหตุผล แล้ว time outลูก เพิกเฉยใส่ลูกทำเหมือนลูกเป็นอากาศ หรือแม้กระทั่งการใช้คำว่า “ถ้าทำแบบนี้อีกแม่จะไม่รัก” วิธีทั้งหมดที่กล่าวมานี้มีค่าเท่ากับคุณตีลูกเลยละครับ บางทีอาจจะส่งผลต่อตัวเด็กมากกว่าการตีเสียอีก วันนี้เราพร้อมหรือยังที่จะเปลี่ยนจากพ่อ แม่ ที่มีอำนาจเหนือลูกลงโทษลูก หรือพยายามเป็นครูที่คอยพร่ำสอนเทศนา เรามาลองเปลี่ยนบทบาทใหม่มาเป็นโค้ชชีวิตให้กับลูกๆ กันเถอะครับ
ถ้าคุณพร้อมผมจะเล่าให้ฟัง…
ผมได้มีโอกาสเรียน Life coach ทำให้ได้เข้าใจถึงเหตุและปัจจัยที่ทำให้ศักยภาพในตัวเราถูกจำกัด แท้จริงแล้วเด็กทุกคนเกิดมาพร้อมศักยภาพที่ไม่มีขีดจำกัด แต่การเลี้ยงดู การทำโทษ การเพิกเฉย การดุด่าว่ากล่าว คำพูด หรือการกระทำบางอย่างด้วยเจตนาและไม่เจตนานี่เองที่เป็นตัวตัดทอนศักยภาพบางอย่างของเด็กไป และสร้างความเชื่อบางอย่างให้กับตัวเด็กจนกลายไป limiting belief ที่ขีดขวางการเดินทางไปสู่เป้าหมายความสำเร็จ ความสุขอย่างที่เราต้องการนั่นเอง

หลักการของ life coach ที่พ่อ แม่อย่างเราควรนำไปดูแลลูก ผมได้สรุปมาสั้นๆเพื่อการนำไปใช้ไว้ดังนี้ครับ
1. เปิดพื้นที่ให้ลูกได้แสดงออกทางร่างกาย และการแสดงความคิดเห็น อย่างไม่จำกัด โดยมีเราอยู่เคียงข้างเค้าเสมอ
2.รับฟังลูกอย่างตั้งใจและไม่ตัดสินฟังให้ได้ยินถึงความต้องการภายในของลูก
3.พูดกับลูกและชวนเขาคุยในมุมมองเชิงบวกต่อตัวเขาเองและคนอื่นๆ

ถ้าหากเราดูแลลูกเช่นนี้สม่ำเสมอ แทนการลงโทษ ผมเชื่อว่าเด็กจะเติบโตขึ้นมาพร้อมศักยภาพ และเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตแน่นอน

การเลี้ยงลูกเราไม่จำเป็นต้องให้ทำลูกกลัวเรา การทำให้ลูกกลัวเราตอนลูกยังเล็กมันอาจจะได้ผล แต่เมื่อวันหนึ่งเมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่นและเขาไม่กลัวคุณแล้ว คุณจะทำอย่างไร ? มันจะดีกว่าไหมถ้าลูกของคุณเห็นคุณเป็นเพื่อนและคุยกับคุณในทุกๆเรื่อง

ในตอนต่อไป ผมจะแบ่งปันในเรื่องของความกลัวและความต้องการของมนุษย์ (6 core needs) ครับ เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับการเป็นโค้ชให้ลูกหรือแม้กระทั่งโค้ชตัวท่านเองครับ

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ

พ่อโป๊ะ


One thought on “Parent as Coach ตอนที่1

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s