ถอดบทเรียนจากการอบรม “เรียน เล่น สร้างประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยแบบญี่ปุ่น”

เมื่อวานได้มีโอกาสไปเรียนมาค่ะมีความรู้แนวคิดของญี่ปุ่นในการสอนการเล่นกับเด็กเล็กมาฝาก ชื่อคอร์ส..เรียน เล่น สร้างประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยแบบญี่ปุ่น โดย..มูลนิธิเมล็ดฝัน ผู้บรรยายและให้ความรู้โดยอาจารย์สุมิโย มัทสุโอะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัยและการผลิตสื่อจากญี่ปุ่นค่ะ ประเด็นที่เก็บมาได้แล้วคิดว่ามีประโยชน์มาก ถ้าใครเป็นครูเด็กเล็กมาอ่านด้วยจะมีประโยชน์มากๆเลยค่ะ

เล่าที่มาที่ไปของอาจารย์มัทสุโอะเบื้องต้นก่อนนะคะ อาจารย์มีประสบการณ์เป็นครูในศูนย์เด็กเล็กที่โอซาก้าจนเติบโตในด้านอาชีพนี้จนเป็นครูใหญ่และผู้อำนวยการศูนย์เด็กในอำเภอ จึงมีประสบการณ์ในด้านนี้ทั้งชีวิตของอาจารย์ ซึ่งได้เรียนผิดเรียนรู้ ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดและนำมาปรับเปลี่ยนแก้ไขให้เข้ากับธรรมชาติของเด็กอย่างแท้จริง  ซึ่งการเล่าเรื่องของอาจารย์ก็จะเล่าประสบการณ์และแนวคิดที่ได้ผ่านมา ซึ่งแป้งขอสรุปจากสิ่งที่ได้และอาจจะมีส่วนที่เชื่อมโยงระหว่างได้ฟังไปด้วย ดังนี้ค่ะ

1 การเล่นต้องมาจากการอยากทำของเด็ก ไม่ใช่ความอยากของครู : ในแต่ละวันถ้าครูถามเด็กว่าวันนี้เราจะมาเล่นอะไรดี แล้วเด็กตอบว่าไม่รู้สิแล้วแต่คุณครู  แสดงว่านั่นคือสัญญาณที่ไม่ดีสำหรับศูนย์เด็กที่นั่น เพราะความรู้สึกอยากจะเล่นของเด็กๆเองในแต่ละวันนั้นสำคัญกว่า  : อันนี้เราฟังเรื่องนี้นึกถึงวอลดอร์ฟเลยที่พูดเรื่อง willing เจตจำนงของเด็กเล็ก ต้องเกิดจากความอยากและพลังภายในจริงๆ  แต่ทั้งนี้อาจารย์ได้บอกว่าการที่จะให้เด็กเกิดความอยากได้นั้นเด็กๆต้องไว้วางใจครูก่อน เช่น ครูไม่ตีกรอบ ครูรับฟังและ be there กับเด็กๆให้ได้เสียก่อนเด็กถึงเปิดใจนำเสนอพูดในสิ่งที่เขาอยากเล่น

2. ต่อจากข้อที่แล้ว การที่อยากให้เด็กมีความรู้สึกที่จะอยากเล่นเองนั้น ครูต้องสร้างพื้นที่ว่างสำหรับเด็กให้เขาได้จิตนาการออกแบบการเล่นของเขา ครูเป็นผู้ช่วยเพื่อให้เขาเกิดความอยาก ช่วยให้เค้าได้คิด  และมีส่วนร่วมให้มากที่สุด  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกของเด็กในแต่ละวัน รู้สึกยังไง อยากเล่นอะไร (แอบเดาว่าโดยปกติเด็กหรือคนญี่ปุ่นมักจะพูดออกมาอยู่แล้วว่า โอ้..สนุกจังเลย… ครูก็ได้รับรู้ความรู้จากสิ่งที่เด็กๆบอก)

baannada-qoute2

3. Freedom of Choices เรื่องนี้เหมือนจะเป็น main idea หลักของการอบรมนี้เลยก็ว่าได้ อาจารย์ไม่ได้พูดคำนี้หรอก แต่จำคำนี้ได้มาจากคลาสของ Life coach และจากที่ฟังแล้วมันตอกย้ำว่ามาถูกทาง เด็กๆทุกคนมีอิสระในการเลือก อิสระในความอยากที่จะเล่น หรือแม้แต่อิสระที่จะเลือกกินด้วย ตามที่อนุสิทธิสัญญาเด็กได้ระบุไว้ว่าเด็กมีสิทธิเท่าเทียมเสมือนผู้ใหญ่ อาจารย์มัทสุโอะเล่าให้ฟังว่า สมัยเดิมเด็กถูกบังคับให้กินนมกินแครอท … พอเด็กโตมาเป็นวัยรุ่นก็ได้มาเจอครูในงานเลี้ยงรุ่น เด็กๆบอกกับครูว่าจำช่วงเวลาที่แสนทรมานนั้นได้ชัดเลยที่ครูบังคับกินนม (ทั้งที่ตอนนั้นวัยขวบสองขวบเท่านั้น) พวกเขาทรมานมากเลยในตอนนั้น อาจารย์มัทสุโอะจึงทบทวนใหม่ว่า  การบังคับให้เด็กกินได้ทุกอย่างหรือแม้กระทั่งการบังคับให้เด็กเล็กไปฉี่ก่อนออกไปทัศนศึกษา ก็เป็นสิ่งที่ละเมิดต่อความรู้สึกของเด็ก และละเมิดต่อพื้นที่อิสระของเขา และยังถูกฝังไปในความทรงจำที่ไม่ดีของเขาด้วย

ฟังเรื่องนี้นึกถึงตัวเองอีกแล้ว ทุกวันนี้ไม่ชอบกินนม ไม่กินขนมหวานพวกสาคูเปียก เต้าส่วน ..และอีกมากมายเพราะถูกบังคับให้กินจากโรงเรียนอนุบาลจนประถม ทุกวันนี้ฝังใจและเกลียดมากจริงๆ…

4 ทำไมต้องทำของเล่นเอง
ญี่ปุ่นมีของเล่นที่ซื้อได้ตามห้างมากมาย แต่สิ่งที่เขาประดิษฐ์ของเล่น DIY จากเศษวัสดุเหลือใช้ภายในบ้าน หรือนำมาทำเป็นกิจกรรมกลุ่มเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้กระบวนการทำ มากกว่าผลลัพท์ที่ออกมา (เน้น process มากกว่า result)  ระหว่างที่ทำชวนการคิดนำเสนอไอเดียว่าใช้วัสดุอะไร ต้องทำอย่างไร ชวนกันคิด ชวนกันทำ ให้เด็กมีส่วนร่วมแล้วเค้าจะอยากทำจริงๆ อยากเล่นจริงๆ และ ให้เด็กเรียนรู้ว่าความสุขที่เกิดจากการเล่นมาจากสิ่งรอบตัวได้มากมาย ไม่ใช่แค่การเล่นที่มาจากของเล่นที่ต้องไปซื้อมาจากห้างเท่านั้น และเรียนรู้ที่จะรู้จักคุณค่าของของเล่นของใช้รอบตัว

S__15392783

5 สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเสริมสร้างประสบการณ์เด็ก  ครูต้องจัดพื้นที่ให้เด็กรู้สึกสนใจต่อของเล่นที่ครูทำ ครูแค่ทำวางไว้แล้วให้เด็กสนใจอยากรู้และเข้ามาถามเองเพื่อกระตุ้นให้เด็กๆคิด ช่วยกันคิด ช่วยกันถามจนอยากเล่นอยากทำ เด็กเล็กๆมักสนใจต่อสิ่งใหม่ๆ ดังนั้นศูนย์เด็กจึงต้องมีการจัดห้องใหม่ มีของใหม่ๆมาวางเสมอๆ เพื่อกระตุ้นความอยากในการเรียนรู้  และที่สำคัญที่สุด ครูและสิ่งแวดล้อมที่เป็นบุคคลของเด็กต้องมีความคิดสร่างสรรค์มีแนวคิดใหม่ๆอยู่เสมอด้วย เพราะถือว่าเด็กๆก็จะเรียนรู้จากครูหรือพ่อแม่นั่นเอง

6. กติกา ข้อห้ามของครู ต้องบอกที่มาที่ไปให้เด็กเข้าใจด้วย  ไม่ใช่ให้เด็กๆเข้าใจแต่ว่าทำไม่ได้  ห้ามทำเดี๊ยวครูว่า แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงว่า  ยกตัวอย่างเรื่องที่อาจารย์เล่าว่า มาที่ศูนย์เด็กใหม่ๆ ชวนเด็กขุดดินตรงที่ใหม่ เด็กๆร้องบอกไม่ได้ๆ ห้ามขุดตรงนี้นะคุณป้า เดี๊ยวคุณครูว่า พอถามว่าทำไมคุณครูถึงว่าก็ตอบว่า ไม่รู้เหมือนกันแต่ห้ามขุดเพราะครูจะดุแน่ๆ  อาจารย์ก็เลยดึงสายยางมารดดินตรงที่ขุดอีก เด็กๆรีบบอกห้ามทำแบบนี้นะ เดี๊ยวครูว่า พอถามอีกว่าทำไมครูถึงว่าล่ะ เด็กๆก็ตอบไม่ได้ว่าทำไม  จึงเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่า เด็กๆกลัวแต่ว่าครูจะว่า แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่าสาเหตุอะไร หรือกติกานี้ทำไมถึงห้าม ก็จะยิ่งทำให้เด็กๆไม่เกิดความอิสระทางการเล่นและการทักษะการคิดด้วย

สรุปแล้วในการเล่นที่ครูจะต้องยึดหลักให้ได้สามสิ่งคือ

  1. การเล่นในวันนี้มาจากความอยากของเด็กจริงหรือไม่
  2. การเล่นในวันนี้มาจากสิ่งที่เขาเลือกที่จะทำจริงๆหรือไม่
  3. การเล่นในวันนี้เด็กๆ สนุกจริงหรือไม่

หากครูตอบได้สามข้อทั้งหมดนี้ตามแนวคิดนี้ก็ถือว่าเด็กๆนั้นได้ประโยชน์และเกิดทักษะต่อชีวิตเขาอย่างแท้จริง

บทเพิ่มเติมจากคำถามที่แป้งถามอาจารย์มัทสุโอะ ว่าเด็กเล็กอนุบาลในญี่ปุ่นมีการบ้านหรือไม่ เช่นการบ้านที่ให้เด็กกลับมาขีดเขียน หรือเลขคณิต วิชาการต่างๆ ??
อาจารย์ตอบว่า :  เด็กเล็กก่อนระดับชั้นประถม จะไม่มีการบ้านค่ะ ไม่มีการบ้านที่ต้องมาบวกเลข มาขีดเขียนตัวหนังสือ (แบบเด็กอนุบาลไทย)

ญี่ปุ่นเริ่มให้เด็กเรียนตัวอักษรการขีดเขียนอ่านในช่วงก่อนวันประถม เริ่มจากการให้เรียนรู้จากชื่อของตัวเอง

เพราะอนุบาลจะมีป้ายชื่อติดที่สิงของต่างๆของเด็ก แต่ทั้งนี้ก็อาจจะมีเด็กๆที่ติวเข้าโรงเรียนสาธิตแบบไทยที่เล่นของเล่นวิชาการ แฟรชการ์ด แต่ไม่เยอะมากเมื่อเทียบจากเด็กทั้งหมดในเด็กเล็กของญี่ปุ่น

ฟังแล้วน่าคิดเหมือนกันเนอะ
บทเรียนความผิดพลาดที่อาจารย์มัทสุโอะที่ได้บอก ตอนนี้ญี่ปุ่นเค้าได้เปลี่ยนแนวมากขึ้นแล้ว ..เป็นการบ้านให้พ่อแม่และครูคนไทยต้องทบทวนกันอีกทีเนอะ…

สุดท้ายจริงๆ…คือส่วนมากจะเป็นมุมมองครูในศูนย์เด็กเล็ก แต่อย่าลืมว่าครูคนแรกของลูกก็คือพวกเราพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่นำแนวคิดนี้ไปใช้ลูกก็จะยิ่งมีความสุขค่ะ แป้งเชื่ออย่างนั้นนะ

แม่แป้ง

——————————————————

ขอขอบคุณกิจกรรมดีๆจากมูลนิธิเมล็ดฝันค่ะ http://maletfan.org/thai/about
https://www.facebook.com/MaletFan

1470026_742055182490596_1873018086_n


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s