Mirror Neuron เซลล์สมองกระจกเงา กับการเลี้ยงลูก

Mirror Neuron เซลล์สมองกระจกเงา
———————————————-
เคยได้ยินสุภาษิต “like father like son” หรือภาษาไทย “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” ไหมคะ… ที่แปลความหมายว่า ลูกย่อมไม่แตกต่างไปจากพ่อแม่ พ่อแม่เป็นอย่างไรลูกก็เป็นเช่นนั้น หรือแม้แต่ที่เรามักได้ยินบ่อยๆในบทความที่บอกว่า ลูกเหมือนเป็นกระจกสะท้อนตัวพ่อแม่…

baannada-qoute

ในบทความนี้จึงขอนำเสนอที่มาที่ไปของเรื่องนี้ที่เราได้อ่านมาจากตำราหนังสือสมองและได้ฟังคุณหมอและอาจารย์หลายๆท่านได้พูดถึง นั่นก็คือ Mirror Neuron ค่ะ

The Mirror-Neuron System ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ค้นพบว่าในสมองของมนุษย์ มีเซลล์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “Mirror Neuron” หรือ “เซลล์สมองกระจกเงา” เป็นเซลล์ที่สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ของมนุษย์ เช่นการตอบสนองต่อการมองเห็น การได้ยิน หรือประสาทสัมผัสทั้งหลาย ตัวกระตุ้นที่เรารับผ่านประสาทสัมผัส เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด รวมถึงมนุษย์ โดยเฉพาะผ่านการกระทำของผู้อื่น ถ้าเราต้องการที่จะอยู่รอด เราต้องเข้าใจการกระทำของคนอื่น ถ้าปราศจากสิ่งนี้ ก็ไม่มีสังคมมนุษย์ มนุษย์แตกต่างจากสัตว์อื่น คือสามารถเรียนรู้จากการสังเกต และเลียนแบบผู้อื่น (2)

Makak_neonatal_imitation

ในเรื่องนี้อธิบายได้ในหลายๆอย่างของทารกและเด็กน้อยที่เกิดมาแล้วเขาสามารถเลียนเสียงพูด เลียนสำเนียงภาษาของพ่อแม่หรือแวดล้อมของเขาที่เขาได้ยิน สมองส่วนนี้ทำงานและ action ออกมาจากสิ่งเร้าด้วยระบบประสาทส่วนนี้นั่นเอง เด็กที่เป็นลูกครึ่งสองสัญชาติก็สามารถพูดได้สองภาษาก็เป็นเพราะสมองส่วนนี้ด้วย หรือเวลาที่เรายิ้มเค้าก็จะยิ้ม เราแลบลิ้นเค้าก็จะแลบลิ้นตาม และนักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่าระบบประสาทนี้เกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิด และช่วงวัย 0-3 ปีเป็นวัยแห่งการเจริญเติบโตสูงสุดของสมองเพราะช่วงวัยดังกล่าวนี้จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการสื่อสาร วิธีการคลาน การเดิน การดำรงชีวิตอยู่ในช่วงปฐมวัยของมนุษย์ สื่อสารและดำรงชีพอยู่ร่วมกับผู้อื่น การเรียนรู้จากการรับรู้ของประสาทสัมผัสทั้ง 5 ที่ผ่านเข้ามาใกล้ตัวเขา หรือพฤติกรรมเลียนแบบต่างๆที่เรากังวล ซึ่งนั่นก็มีผลมาจากพฤติกรรมการแสดงออกของผู้เลี้ยงดูหรือพ่อแม่นั่นเองค่ะ (1)

หากยังสงสัยเรื่องนี้หรือนึกภาพไม่ออก ลองสังเกตตัวเราเองก็ได้นะคะ สังเกตไหมคะเวลาที่เราเห็นใครสักคนหาว อยู่ๆเราเองก็หาวตามขึ้นมาสะอย่างนั้น หรือแม้แต่ภาษาและท่าทางการแสดงออกในบ้าน หรือในกลุ่มเพื่อนก็ยังมีวิธีการพูดที่เหมือนกันๆ ท่าทางเหมือนๆกัน และอาจจะมีแนวโน้มที่จะมีทัศนคติและความคิดที่เหมือนกันอีกด้วย เราจึงมักจะได้ยินอีกคำกล่าวที่ว่าอยากให้ชีวิตมีความสุขเช่นไร ประสบความสำเร็จในแบบไหน จงเอาตัวเองไปอยู่ในวงของคนกลุ่มนั้น เข้าใกล้คนกลุ่มนั้น เพราะเป็นเรื่องของสมองในส่วนนี้ที่จะลอกเลียนแบบวิธีการคิดและการแสดงออก วิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆไปด้วย

ดังนั้นเมื่อเราทราบที่มาที่ไปของคำว่า “ลูกเป็นกระจกท้อนของพ่อแม่” หรือสุภาษิตด้านบนด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้ว ลองกลับมาทบทวนตัวเราและความคาดหวังทั้งปวงของเราที่มีต่อลูกดูอีกครั้งหนึ่ง

■■ ถ้าอยากให้ลูกพูดชัด ออกเสียงชัด เราต้องพูดคุยออกเสียงชัดเจนกับลูกทุกครั้งแม้ยามเป็นทารกก็ตาม
.
■■ ถ้าเราอยากให้ลูกเป็นเด็กที่ร่าเริง ไม่ฉุนเฉียว อารมณ์ร้อน หงุดหงิดง่าย เราก็จะต้องไม่แสดงออกในส่ิ่งนั้นเช่นกัน ไม่โมโหใส่ลูก หรือใช้อารมณ์กับลูก
.
■■ ถ้าเราอยากให้ลูกรักการอ่าน เราจำเป็นต้องหยิบจับหนังสือมาอ่านให้เป็นนิสัย
.
■■ ถ้าเราอยากให้ลูกรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้ เราจำเป็นจะต้องรู้สึกสนุกในทุกๆเรื่องเช่นกัน อาจจะเริ่มจากเรื่องง่ายๆทีละเล็ก เช่น การกินผักที่แสนเอร็ดอร่อย การแปรงฟันที่แสนสนุกสนาน …
.
■■ ถ้าเราอยากให้ลูกเป็นเด็กที่แบ่งปัน เราจะต้องเริ่มที่จะเป็นผู้ที่แบ่งปันกับผู้อื่นเพื่อให้เค้าเห็นว่ามันคือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจ และมีความสุข
.
■■ ถ้าเราอยากให้ลูกฟังเรา เราจึงจำเป็นต้องรับฟังลูก
.
■■ ถ้าเราอยากให้ลูกเราสงบ เราจำเป็นจะต้องมีจิตใจที่สงบ ใช้สติไตร่ตรองและแก้ไขปัญหาที่เผชิญอยู่ได้ด้วยสมาธิและปัญญา เช่นกัน
.
■■สิ่งใดที่เราอยากให้เค้าเป็น และไม่อยากให้เค้าเป็น
จงเริ่มที่ตัวเรา แก้ที่ตัวเราก่อน…
เพราะเราคือคนที่เค้าเฝ้ามองและพร้อมจะเรียนรู้จากเราตลอดเวลา่

สุดท้ายบางคนอาจจะสงสัยว่า การเป็นพ่อแม่นั้นถึงกับต้องเสียตัวตนของตัวเองไปเลยหรือ ในทางศาสตร์ของโค้ช เราเชื่อมั่นว่าทุกคนเป็นคนดีและพัฒนาตัวเองได้ ขอเพียงว่าเราตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเราเองเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก แสดงออกมาให้ลูกๆเห็นและสัมผัสได้จนเซลล์สมองส่วนนี้รับรู้และแสดงออกมาได้อย่างงดงามค่ะ

แม่แป้ง

reference : (1) หนังสือ 30-second brain the most mind-blowing ides in neuroscience, each explained in half a minute by Anail Seth
(2) ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ www.bangkokhospital.com
(3) http://neuronetlearning.com/blog/


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s