Parent as Coach : ตอน ความเชื่อ เราจะพูดเพื่อสร้างความเชื่อใดให้กับลูกระหว่างเสริมสร้างศักยภาพหรือสกัดกั้นทำลายศักยภาพของลูกไปจนโต…??

baannada-qoute18.7.58

เราจะพูดเพื่อสร้างความเชื่อใดให้กับลูกระหว่างเสริมสร้างศักยภาพหรือสกัดกั้นทำลายศักยภาพของลูกไปจนโต…??
_____________________
ในศาสตร์ของไลฟ์โค้ชอธิบายว่าในคน คนหนึ่งภายในประกอบด้วย ธาตุแท้ (Being) , ความเชื่อ(Belief ),ความต้องการ(need), ความกลัว(fear), ค่านิยม(Value) ในบทความตอนนี้ผมจะหยิบยก “ความเชื่อ” (Belief) ซึ่งเกิดจากพ่อแม่เป็นผู้ทำให้ลูกมีความคิดความเชื่อบางอย่างที่ไปสกัดกั้นศักยภาพของลูกโดยไม่รู้ตัว อาจจะด้วยความหวังดีของพ่อแม่ ที่ต้องการจะสร้างวินัยให้ลูกแต่กลับกลายเป็นสร้างความเชื่อ(Belief) บางอย่างที่ติดตัวลูกไปจนโต ในตอนนี้ผมจะเล่าถึงเรื่องของ coachee (ผู้รับการโค้ช) ที่มารับการโค้ชกับผมด้วยประเด็นความรู้สึกที่ตัวเค้าเองนั้นเป็นคนที่ทำอะไรไม่เคยสำเร็จเลย ทั้งๆที่รู้ว่าก็สามารถทำมันได้ แต่ก็ไม่ทำ และบอกกับตัวเองเสมอว่า “เราคงทำมันไม่ได้หรอก” จึงขอรับการโค้ชเพื่อแกะว่าสิ่งเหล่านี้เกิดจากอะไรทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เมื่อทำกระบวนการโค้ชไปเรื่อยๆ coachee ของผมก็เดินทางมาพบคำตอบหนึ่งว่าสาเหตุมาจากในวัยเด็กตอนหนึ่งของเธอแน่ๆ

เธอเล่าว่าในวัย 6 ขวบ เธอเล่นตุ๊กตาบาร์บี้ เธอแต่งหน้าตุ๊กตาแล้วเอาเศษผ้ามาพันเป็นชุด เธอมีความภาคภูมิใจมากที่สามารถประดิษฐ์ชุดให้ตุ๊กตาใส่อย่างสวยงาม เธอจึงนำผลงานไปอวดแม่พร้อมบอกกับแม่ว่าเธออยากเป็นดีไซเนอร์ แต่สิ่งที่แม่ตอบกลับเธอมาคือ “เป็นไม่ได้หรอก เล่นของเล่นยังไม่เก็บเลย” เราย้อนเวลากลับไปถามถึงความรู้สึกในตอนนั้น เธอบอกกับผมว่าตอนนั้นเธอรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดมาก สิ่งที่เธอหวังจะได้ยินจากแม่ในตอนนั้นคือคำชื่นชมจากแม่และอยากให้แม่รู้สึกเช่นเดียวกับเธอ นับตั้งแต่นั้นมาสิ่งนั้นตกเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกของเธอ เธอบอกกับตัวเองเสมอไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามว่า “ฉันทำมันไม่ได้หรอก” ซึ่งกลายเป็นความเชื่อที่สกัดกั้นศักยภาพ (Limiting Belief) ของเธอตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นี่เป็นเพียงหนึ่งกรณีที่ความหวังดีของแม่กลับกลายเป็นสร้างความเชื่อที่เป็นตัวฉุดรั้งชีวิตและสกัดกั้นศักยภาพของลูกโดยไม่รู้ตัว ยังมีอีกหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นคำขู่ของครู หรือผู้ใหญ่ในบ้าน ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อความเชื่อของเด็กทั้งสิ้น เพราะพ่อ แม่ ผู้ใหญ่ในบ้าน หรือครู เปรียนเสมือน role model ของเด็กที่เด็กนั้นเฝ้ามองและเรียนรู้และลอกเลียนแบบ

จากหนังสือ Be a Happier Parent with NLP โดย Judy Bartkowiak ได้กล่าวว่า “เด็กๆนั้นชอบที่จะได้ฟังคำชื่นชมจากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะจากพ่อแม่ และคำชื่นชมนี้จะสร้างให้เขาเกิดความเชื่อที่เติมศักยภาพของตัวเด็กๆไปจนโต เช่น วันนี้แม่ภาคภูมิใจในตัวลูกมากเลยที่ลูก…(สิ่งที่ลูกทำได้แม้จะเป็นเรื่องเล็กก็ชื่มชมได้ เช่น ลูกอดทนรอคอยได้ดี) สิ่งเหล่านี้จะถูกฝังเข้าไปในตัวตนจิตใต้สำนึกเขาว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถ มีคุณค่า สามารถเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเขาก้าวเดินไปได้อย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังไม่ว่าจะพบอุปสรรคใดๆก็ตาม ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยหากเราจะพบว่าตัวเราพ่อแม่มีช่วงเวลาความรู้สึกของความล้มเหลวหรือสูญเสียความมั่นใจในบางอย่างที่เรียกว่า limiting belief ก็มีที่มาจากวัยเด็กนั้นและอาจจะเป็นความเชื่อที่ฝังมาจากการบอกกล่าวของพ่อแม่นั่นเอง”

ดังนั้นสิ่งที่เราพูดกับลูกนั้นทุกคำมีความสำคัญมากคำพูดของพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในบ้านนั้นต้องใช้ความระมัดระวัง ผู้ใหญ่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเด็กไม่รู้เรื่องจะพูดหรือขู่บางสิ่งบางอย่างเพื่อต้องการให้เด็กนั้นกระทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการ การสื่อสารกับเด็กนั้น ต้องตรงไปตรงมาและเป็นคำพูดเชิงบวก สื่อสารด้วยอวัจนะภาษาที่สอดคล้องกับคำพูด เช่นการสัมผัส กอด จัดมือ และสนับสนุนส่งเสริมคุณสมบัติที่ดีในตัวเด็กเองเพราะสิ่งเหล่านี่เองจะกลายเป็นความเชื่อที่เด็กนั้นใช้เป็นพลังในการขับเคลื่อนชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้าในเวลาที่เขาเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต สุดท้ายนี้ขอขอบคุณเรื่องราวจาก coachee (ผู้รับการโค้ช) ท่านนี้ของผมด้วยที่อนุญาตให้ผมนำเรื่องราวมาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ ต่อพ่อ แม่ท่านอื่น ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

Reference : หนังสือ Be a Happier Parent with NLP( Neurol Linguistic Programming) , The secret to calm and confident parenting โดย Judy Bartkowiak


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s