มาทำความรู้จักVAK Learning Style

วันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสไตล์การเรียนรู้
และมาทำความรู้จักVAK (วีเอเค) กันค่ะ
===========================

baannada-qoute7.58.1png
‪#‎VAKคืออะไร‬
มีนักคิดนักจิตวิทยาที่มีพื้นฐานจากงานวิจัยด้านสมองได้ศึกษาเรื่องของสไตล์การเรียนรู้ของมนุษย์ว่า มนุษย์สามารถเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสหลากหลายที่เรียกว่า VAK และเชื่อว่ามนุษย์มีความศักยภาพในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน เช่น เด็กบางคนแค่ดูรูปพยัญชนะ A-Z ก็จำได้แล้ว เด็กบางคนต้องเอามือลากตามเส้นถึงจะจำได้

ในเชิงของ Neuron Science ได้นำเอาเรื่องดังกล่าวนี้มาช่วยในเรื่องของการจินตนาการทางสมอง เพื่อให้ผู้คนสามารถข้ามผ่านความกลัวและข้อจำกัดที่คนๆนั้นสร้างคนมาจากความคิดของเขา เพราะจิตนาการของสมองเทียบเท่ากับประสบการณ์จริง ดังตัวอย่างดังนี้ หากลองหลับตาแล้วจินตนาการถึงมะนาวเปรี้ยวๆ กำลังบีบลงจานส้มตำปู้ม้าแสนอร่อยหลายคนก็เกิดอาการน้ำลายสอ กลื่นน้ำลายโดยอัตโนมัติทั้งๆที่เป็นแค่การจินตนาการ โค้ชบางท่านจึงใช้ VAK เป็นเครื่องมือในการสื่อสารและตั้งคำถาม
เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคความกลัวไปได้

หรือในบางครั้งเราจะพบว่าบางโรงเรียนได้นำเอาศาสตร์ของเรื่องนี้ไปใช้
ในการสอนจิตนาการของเด็กๆ ให้เสมือนว่าได้สัมผัสจากMulti-sensory
คล้ายโลกเสมือนจริง เช่น ให้เด็กๆ จินตนาการได้เข้าไปในโลกแห่งจินตนาการได้บิน ได้เห็น ได้กลิ่น ได้ชิม ได้รู้สึกสัมผัสต่างๆ เป็นต้น
____________________________

‪#‎VAKมีอะไรบ้าง‬
(ในที่นี้จะขอพูดถึงแค่ 3 ข้อเท่านั้นนะคะ เนื่องจากบางแนวคิดอาจจะมีอีกสองสามตัวที่เพิ่มเติมเข้ามาเช่น A analysis หรือ S social )

V : Visual
การมอง จักษุสัมผัส คือบุคคลที่สามารถเรียนรู้ได้ดีจากการมองเห็นและการอ่าน
การได้มองเห็นภาพ ชาร์ท ดูวีดีโอคลิป ดูสื่อวีดีทัศน์
อาจจะเป็นคนที่ฟังอะไรแล้วจะมีภาพจินตนาการเป็นเรื่องราวในหัว
ชอบดูรายละเอียดจากอีเมลล์มากกว่าการฟังโทรศัพท์
สามารถสังเกตอาการท่าทางการแสดงออกจากผู้คนได้ดี
เช่น ลูกสังเกตได้ว่าแม่สีหน้าดุ กังวล หรือโกรธ

A : Auditory
การฟังและการพูด โสตสัมผัส คือ มีทักษะวิธีการส่งผ่านข้อมูลผ่านการฟังและการพูดได้ดี
มีความสนใจเกี่ยวกับการได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ชอบการเรียนแบบนั่งฟังเลคเชอร์จากผู้สอน
ชอบนำเสนอพรีเซนงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
(บางคนชอบคุยโทรศัพ์มากกว่าการส่งอีเมลล์หรือการพิมพ์แชท)
เวลาอ่านหนังสือชอบออกเสียงดังออกมาก
นอกจากนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นคนที่มีรสนิยมทางเสียงดนตรีดี เพราะชอบฟังเพลง ฟังวิทยุ

K: Kinesthetic
กายสัมผัส และการกระทำ หรือการได้รับประสบการณ์ทางกาย
เช่น การสัมผัส การกอด ความรู้สึกหนาวเย็น รู้สึกร้อน การลงมือทำ
การได้เคลื่อนไหวร่างกาย ความรู้สึกทางกาย
ชอบการได้พูดคุย connect กับผู้คนด้วยการสัมผัสตัว
ชอบพบปะตัวเป็นๆมากกว่าการส่งอีเมลล์ หรือการโทรคุยกัน
เด็กๆสไตล์นี้อาจจะชอบออกไปเรียนรู้นอกสถานที่
ชอบทำโปรเจ็คต่างๆ ทำกิจกรรมในห้องเรียน แสดงละคร หรือชอบเล่นกีฬา
___________________________
‪#‎สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง‬
1. หากเป็นโรงเรียน คุณครู
สามารถสังเกตุสไตล์การเรียนรู้ของเด็กๆแต่ละคน
เพื่อปรับประยุกต์กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆให้เข้ากับเด็กๆ
ดังเช่นโรงเรียนของ Montessori หลายๆแห่ง

2. ในบทบาทของพ่อแม่
เมื่อเราสังเกตุแนวจริตการเรียนรู้ของลูกแล้วเราสามารถเสริมกิจกรรมต่างๆที่จะทำให้ลูกเกิดการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างกิจรกรรมที่พ่อแม่จะช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้ได้ในแต่ละสไตล์ดังนี้

— V : ชวนวาด mind map / ใช้สีสันในกิจกรรมให้มากขึ้น / ติดคำศัพท์ต่างๆไว้กับสิ่งของในบ้าน / ทำแผนผังตารางกิจกรรมประจำวัน / สาธิตวิธีการทำให้ดู

— A : เล่น quiz คำถาม คำตอบ แม่อ่านให้ฟังแล้วลูกตอบ / ให้ลูกอ่านออกเสียงออกมา หรือพูดในสิ่งที่ได้ยินได้เรียนออกมาเขาจะจดจำได้ดีขึ้น / อัดคลิปเสียงสื่อการเรียนการสอนเปิดฟังบ่อยๆ / ชวนกันเล่าเรื่องราวของตัวเอง แม่เล่าเรื่องแม่ให้ลูกฟัง วิธีการสื่อสารของแม่กับเด็กกลุ่มนี้คือพูดชัดเจนเสียงดังฟังชัด และระมัดระวังคำพูดเนื่องจากเด็กกลุ่มนี้จดจำและเรียนรู้แปลข้อมูลจากการฟังได้ดีเหลือเกิน kiki emoticon

— K : ชวนเล่นกิจกรรมที่ได้ลงมือทำมากขึ้น เช่น ปั้นแป้งโดว์/กิจกรรมเรียนรู้ ที่ต้องเคลื่อนไหวใช้แรง เช่น กระโดดหา ขุดดิน /มอบหมายงานกิจกรรมการเรียนรู้ให้ทำ เช่น สังเกตุพระจัทร์แต่ละวันและวาดลงในสมุด เด็กๆแนวนี้พลังเยอะค่ะพ่อแม่ต้อง active หน่อยนะคะ

3. ใช้ VAK ในการสื่อสารกับลูกเพื่อสร้างความไว้วางใจ สร้างความสัมพันธ์ (Building Rapport) ปรับเปลี่ยนรูปแบบการพูดหรือการสื่อสารให้เป็นไปตามแนวสไตล์ของลูก เช่น กับลูกสไตล์ K เวลาพูดคุยแม่อาจจะต้องโอบไหล่ สัมผัสร่างกายลูก ลูบหัวไปด้วย หรือ ลูกสไตล์ V แม่อธิบายเรื่องราวเชื่อมโยงกับสิ่งของที่เห็นเป็นภาพได้ เช่น ถ้าหนูประหยัดอดออมหนูก็จะมีเงินเหลือหยอดใส่กระปุก เจ้ากระปุกหมูของลูกก็จะเต็มไปด้วยเหรียญเหมือนได้อินอาหารจนอิ่มสมบูรณ์ เมื่อเต็มเราก็นำเงินเหล่านี้ไป…..
หรือสไตล์ V แม่ฟังเรื่องราวต่างๆเวลาลูกกลับมาจากโรงเรียน แล้วชวนลูกเขียนวาดเรื่องราวนั้นออกมาเป็นภาพเพื่อให้เด็กๆได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น

4. สามารถนำไปใช้ในเรื่องของการจินตนาการทางความคิดให้สามารถเป็นความเข้าใจของสมองว่าได้ผ่านประสบการณ์จากประสาทสัมผัสดังกล่าวมาแล้ว จากการได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง ได้สัมผัสถึงความรู้สึกต่างๆ ได้ลงมือทำ แม้ว่าจะเป็นเรื่องของจิตนาการแต่วิธีการและเครื่องมือนี้จะส่งผลต่อการเชื่อมโยงของระบบประสาททางสมองและสร้างความเชื่อที่เพิ่มศักยภาพของมนุษย์ได้ในแนวทางของ NLP ค่ะ
___________________
ดังนั้นแล้ว VAK เป็นแนวคิดหนึ่งที่จะทำให้เราพ่อแม่เข้าใจลูกๆได้มากขึ้น
ทั้งนี้เราควรที่จะส่งเสริมศักยภาพประสาทสัมผัสทั้งหมดก่อน
โดยเฉพาะช่วงวัยทารก เมื่อสร้างรากฐาน Multi-sensory
ด้วยกิจกรรมต่างๆ ได้เห็น ได้ฟัง ได้จับสัมผัส
เมื่อเขาค่อยๆเติบโตจึงค่อยๆสังเกตอย่างค่อยเป็นค่อยไป
และลองปรับกิจกรรมต่างๆในการเรียนรู้ตามเนื้อหาดังกล่าวข้างบน
เพื่อให้ถูกกับจริตการเรียนรู้ของลูกอย่างผสมผสานและได้ประโยชน์สูงสุดค่ะ

สรุปก็คือ การเรียนรู้ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
เมื่อเข้าใจความแตกต่างและปรับใช้ให้ถูกกับจริตการเรียนรู้ของลูกอย่างผสมผสาน ก็จะทำให้เกิดการลื่นไหลของกระบวนเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

พ่อโป๊ะ แม่แป้ง
Life Coach และกระบวนกร
___________________

Referrence
familyeducation.com
kallikids.com
หนังสือ Be a happier parent with NLP by Judy BartKowiak
หนังสือ พหุปัญญามองคุณค่าทุกความต่าง / ผู้เขียน เยาวพา เดชะคุปต์


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s