•••เมื่อไม่ลงโทษ -แล้ว Authority จะยังมีหรือไม่•••

•••เมื่อไม่ลงโทษ -แล้ว Authority จะยังมีหรือไม่•••
_____________________________________

baannada-qoute_autho

สืบเนื่องจากบทความตอนที่แล้ว มีคุณพ่อคุณแม่หลายท่านสงสัยการเลี้ยงลูกแบบไม่ต้องใช้วิธีลงโทษ แล้วพ่อแม่จะมี Authority กับลูกได้อย่างไร? “Authority” ถ้าแปลตรงตัวว่า “อำนาจ”หรือ”ผู้มีอำนาจ” แล้วทำไมคุณพ่อ คุณแม่ถึงต้องใช้วิธีลงโทษลูกเพื่อแสดงถึงความมีอำนาจเหล่านั้นด้วยล่ะ? ในเมื่อธรรมชาติได้สร้างให้คุณมี Authority ของความเป็นพ่อและแม่อยู่แล้ว ลูกต้องการการปกป้องดูแลทั้งทางกายและจิตใจ แต่ด้วยความคิดความเชื่อและความกลัวบางอย่างของเราเองหรือเปล่าที่ทำให้เราเลือกที่ใช้วิธีลงโทษลูกเพื่อแสดงอำนาจว่านี่ฉันเป็นแม่ของเธอ เป็นผู้มีอำนาจเหนือเธอ แต่ในมุมกลับกันการลงโทษเสียอีกที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ Authority ของพ่อแม่ที่มีต่อลูกลดลง ผมมีความในใจจากคุณแม่ท่านหนึ่งที่อนุญาตให้ผมเผยแผร่และบอกต่อถึงความรู้สึกในสมัยวัยเด็กเพื่อให้เราได้เข้าใจกลไกของการใช้อำนาจปกครองลูกจนเกิดความคิดหนึ่งในเด็กนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
_____________
“แม่ไม่เคยชม หรือถ้าจะเคย ก็จะชมแบบผ่านๆ สไตล์คนยุคเก่า ที่ไม่กล้าแสดงออกทางความรู้สึกมากนัก แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาเท่ากับที่ว่า สิ่งที่เราริเริ่มคิดเองและทำได้เป็นอย่างดี คุณแม่กลับบอกว่า เราทำได้ดีเพราะคำแนะนำหรือแรงสนับสนุนจากท่าน (คงไม่ต้องบอกนะคะ ว่าความจริงไม่ใช่อย่างนั้น)
.
– ไม่ว่าอยากจะริเริ่มทำอะไร พ่อแม่จะบอกถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ และลงท้ายว่า “ทำไม่ได้หรอก” มันคือคำสะกดจิตค่ะ มันคือคำต้องสาป ทำให้เรากังวลกับทุกสิ่งไปต่างๆนานา หลายสิ่งที่เรายอมรับว่าถอดใจไปง่ายเพียงเพราะเจออุปสรรคเพียงเล็กน้อย
.
– แม่อยากให้ทำอาหารเป็น อยากให้เข้าครัว ทุกครั้งที่เราเริ่มจับมีดหั่น แม่จะเข้ามาชี้นิ้วว่าให้ทำแบบนั้นแบบนี้ ทุกครั้งที่เราจับตะหลิว แม่จะเข้ามาจับมือว่าต้องสะบัดข้อมือแบบนี้นะ ลงท้ายคือแม่จะคว้ามีดและตะหลิวไปทำต่อเองทุกครั้งไป
นี่เป็นตัวอย่างของความไม่เชื่อมั่น และการกำหนดเส้นทางเดินให้อย่างชัดเจน สิ่งที่ทำนอกเหนือจากความเชื่อของท่านแล้ว แปลว่าผิดวิธี 2+2=4 เท่านั้น ไม่สามารถเป็น 1+3 หรือ 4+0 ไปได้
.
– หากเกิดเหตุการณ์ด้านลบ วิวาทะ ปัญหาระหว่างบุคคล ฯลฯ ลูกคือคนผิดเสมอ โดยไม่ต้องรอฟังความ ไม่ต้องอยู่ในเหตุการณ์ และไม่ต้องอธิบาย เพราะลูกคือคนผิด สมมติฐานและข้อแก้ต่างมากมายจะออกมาจากแม่ของเรา เพื่อปรับความเข้าใจของเรา ให้เราเข้าใจฝ่ายตรงข้ามเสมอ แม่ไม่เคยปกป้องและพยายามเข้าใจเราเลย
.
-เคยพูดคุยกับแม่ถึงปมน้อยใจของเรา แต่ก็ถูกเมินเฉย แม่ไม่เข้าใจเราค่ะ แม่คิดว่าแม่ทำดีที่สุดแล้ว และลูกไม่มีสิทธิ์เถียงหรือร้องขอใดๆ เพราะแม่คือแม่ และแม่ก็น้อยใจเสียใจเหมือนกัน
.
ทั้งหมดนี้ เราเข้าใจแม่เรานะคะ เข้าใจว่าท่านผ่านอะไรอะไรมามากน้อยแค่ไหน อะไรทำให้ท่านเป็นแบบนี้ เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนถูกบ่มเพาะขึ้นมาจากประสบการณ์ชีวิตทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเรา หรือแม่เราก็เช่นกัน
ยังไรก็ตาม เหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เรารักษาระยะห่างกับแม่มากขึ้น ไม่ต้องการไปปรึกษา มีอะไรก็ไม่อยากเล่าให้ฟัง ยิ่งตอนได้ไปเรียนเมืองนอกก็เรียกว่าทำตัวเกเรเต็มที่ ให้สมกับที่ถูกพับรีดเอาไว้นาน แม่จะไม่มีวันได้เห็นตัวเราทั้งหมด แม่จะได้เห็นแต่สิ่งที่แม่อยากจะเห็นเท่านั้น และ เราจะนำประสบการณ์ด้านลบเหล่านี้ มาเป็นเครื่องเตือนใจตัวเองว่า หากพ่อแม่ปฏิบัติกับลูกแบบนี้ ลูกจะมีความรู้สึกอย่างไร เพื่อที่เราจะไม่ทำให้ลูกรู้สึกแบบที่เราเคยเป็น”
_____________
นี่คือบทเรียนรู้ที่คุณแม่ท่านนี้ได้ให้ความกรุณานำชีวิตที่ผ่านมาของตัวเองมาให้เราเรียนรู้ได้อ่านกัน ซึ่งทำให้เราเห็นว่าในแต่ละประเด็นนั้นเกิดจากการที่พ่อแม่ใช้คำว่า “Authority” นี่แหละ ฉันเป็นพ่อ เป็นแม่ ลูกต้องทำอย่างที่ฉันบอก พ่อแม่ย่อมมีอำนาจปกครองลูกตามที่พ่อแม่คิดและกำหนดไว้
.
หลายท่านอ่านมา ณ จุดนี้อาจจะยังลังเลใจสงสัยอยู่ว่าแล้วมีตัวอย่างของการเลี้ยงลูกแบบไม่ดุ ไม่ตี ไม่ใช้อำนาจการปกครองของพ่อแม่แล้วเด็กเติบโตมาเรียนรู้การเลี้ยงดูแบบนี้แล้วมีความสุข connect กับพ่อแม่ได้ดีนั้นมีหรือไม่ ผลของเด็กเหล่านั้นเติบโตมาอย่างไร อนุญาตนำบทสัมภาษณ์ของดร.ลอร่า (เจ้าของเวป ahaparenting.comจากตอน How Can You Learn to Behave, If You’re Never Punished? ) พูดคุยกับลูกๆของเธอทั้งสองที่เติบโตมาด้วยวิธีการเชิงบวก พ่อแม่ของเธอไม่เคยใช้วิธีการทำโทษ เธอให้ข้อคิดที่ดีมากๆกับพ่อแม่ยุคใหม่แบบเราครับ
_____________
ลูกชายวัย 20 ปีของดร.ลอร่า: “แม่และพ่อของฉันดีกับฉันอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา นั่นคือสาเหตุว่าทำไมฉันจึงควรเป็นคนดี ทำตัวดีกลับให้ท่านทั้งสอง”

ลูกสาววัย 16 ปี : “พวกเรารักแม่และพ่อมาก แน่นอนพวกเราจะไม่ทำสิ่งใดที่พ่อแม่ผิดหวัง เสียใจ”

ดร.ลอร่า : “เมื่อลูกไม่เคยถูกทำโทษแล้วลูกสองคนเรียนรู้ในการประพฤติตนที่ดีได้อย่างไร ”

ลูกสาว : “ทำไมการทำโทษจึงเป็นเงื่อนไขของการสอนให้คนเรารู้จักที่จะประพฤติตนที่ดีด้วยล่ะ ในเมื่อการทำโทษมีแต่จะทำให้เด็กๆไม่ชอบพ่อแม่ของเขาและลดทอนความเคารพในตัวพ่อแม่ ซึ่งตามธรรมชาติทั่วไปเด็กๆ หรือมนุษย์จะไม่ทำตามคนที่เขาไม่เคารพอยู่แล้ว”

ดร.ลอร่า : “คำว่าทำตาม นั้นลูกหมายถึงว่าอะไร”

ลูกสาว : “หมายถึงการกระทำในสิ่งที่คนๆนั้นพูดหรือบอกให้ทำ ฉันรู้ว่ามีเด็กมากมายที่มีสัมพันธภาพที่ไม่ดีกับพ่อแม่เลย ดังนั้นพวกเขาจะโกหกและกบฎทันทีที่เขาจะสามารถทำได้ แต่สำหรับฉัน ฉันไม่ต้องการที่จะแหกกฎกติกาที่แม่สอน”

ดร.ลอร่า : “ถ้าเช่นนั้นวิธีการที่คุณจะเรียนรู้โดยไม่ตีนั้นมีอะไรบ้าง”

ลูกชาย : “การเอาใจใส่ empathy ฉันรู้และนึกย้อนกลับไปวัยเด็กที่สุดเท่าที่ฉันจำได้ มาโดยตลอดว่าฉันไม่ต้องการที่จะตีเด็กๆคนอื่นเลย เพราะมันจะทำให้เขาเจ็บ แต่ในบางครั้งถ้าฉันรู้สึกปั่นป่วนมากๆฉันเผลอที่จะไม่แคร์ แต่เพราะแม่อยู่เพื่อลูกเข้าใจอารมณ์ของลูกตลอด ฉันจึงสามารถที่จะยั้งตัวเองไม่ให้ไปทำให้ใครเจ็บ และแม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงรู้สึกโกรธ ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นกับตัวฉันเองด้วย”

ลูกสาว : “ถ้าแม่ทำโทษด้วยการตี เด็กก็จะเรียนรู้การตีคนอื่นต่อไป แต่ถ้าแม่ทำโทษด้วยการสอนบอกกล่าว ใช้วิธีที่เอาใจใส่ empathy ในการสอนเขา เขาก็จะเรียนรู้ที่จะไม่ตีกับคนอื่นๆ การที่เขาได้คิดแบบนี้เขาจึงกลายเป็นบุคคลที่ดี และสนใจเอาใจใส่กับผู้อื่นต่อไปอีกด้วย”

ลอร่ากล่าวโดยสรุปให้ฟังว่า เขาเองก็เคยเผชิญกับช่วงวัยที่เด็กๆปั่นป่วน รังแกเพื่อนเล่นของเธอ หรือทำให้แม่รู้สึกตกใจ อับอายกับพฤติกรรมของลูกๆเมื่อเขายังเด็ก แต่เลือกที่จะไม่ลงโทษลูกแบบที่บ้านอื่นๆทัวไปทำ เช่นการตวาดการตีหรือใช้พลังอำนาจ เขาใช้วิธีการสอนและโค้ชลูกและที่ผ่านมาพบว่าลูกๆเรียนรู้และเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ดร.ลอร่าเองจำเป็นต้องรักษา state ของตัวเองที่จะรับมือกับการเอาใจใส่ในความรู้สึกของเด็กๆ reconnect กับเด็กๆซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นประโยชน์ในบทเรียนชีวิตผ่านประสบการณ์ตรงจากตัวเขาเอง
_____________
Alfie Kohn กล่าวใน unconditional parenting ว่า เมื่อไรก็ตามที่เราทำให้เด็กเชื่อฟังด้วยการบังคับ ข่มขู่ หรือการทำโทษ พวกเรากำลังทำให้เขารู้สึกถึงความไร้อำนาจ ไร้พลัง ซึ่งเป็นต้นเหตุของพฤติกรรมที่ปลดปล่อยอำนาจในทางอื่นๆที่ไม่เหมาะสม เด็กๆเรียนรู้การใช้อำนาจและ authority จากพวกเราพ่อแม่ ดังนั้นพ่อแม่แนวเผด็จการไม่เพียงแต่จะทำให้เด็กๆก้าวร้าว ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว ยังเป็นการสอนให้เขาใช้ความเกรี้ยวกราด ความโกรธในการต่อสู้จัดการกับผู้อื่นต่อไปอีกด้วย
.
ดังนั้นเปลี่ยนเถอะครับเรามาร่วมกันเปลี่ยนและละวางคำว่า”Authority”ในเชิงลบที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ ความเผด็จการ มาเปลี่ยน Authority แบบเชิงบวก ที่เต็มไปด้วย “EMPATHY” “TRUST” และ “RESPECT”เพื่อให้เด็กๆได้เติบโตอย่างมีจิตใจและศักยภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของการเข้าอกเข้าใจตัวเอง และเข้าใจผู้อื่นเพื่อ มาร่วมสร้างบุคลากรที่ดีเพื่อสังคมในอนาคตของเขากันครับ^^

พ่อโป๊ะ แม่แป้ง
Life Coach และกระบวนกร


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s