Review+How to เรียนภาษาจากครูเจ้าของภาษาทั่วโลกด้วย Italki

ก่อนอื่นขอเล่าที่มาที่ไปให้หลายๆคนทราบก่อนว่า เวปนี้คืออะไรและมีที่มาที่ไปจากไหน พอดีว่าเราอยากปัดฝุ่นภาษาอังกฤษของเราที่ไม่ค่อยได้ใช้พูดได้ใช้ฟังมานานเหมือนกัน แล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยมั่นใจ เลยนึกถึงสมัยก่อนจะมีโปรแกรมที่บริษัทให้ได้คุยกับอาจารย์ฝรั่งทางโทรศัพท์ทุกๆสัปดาห์ ครั้งละ 15 นาที ซึ่งคิดว่าวิธีการนี้ทำให้เราได้ฝึกฟังฝึกพูดสื่อสารกับครูได้จริง จึงเปิด google หาวิธีการแบบนี้ก็ปรากฎว่าไปเจอในโพสของ pantip เกี่ยวกับวิธีการเรียนแบบที่ไม่ต้องไปสถาบัน ก็มีคนแนะนำเวป italki นี้แล้วกดเข้าไปเล่นๆ ปรากฎว่าหลงทาง  หาทางออกไม่ได้อยู่นาน ติดใจแล้วก็ตอบโจทย์มากๆๆ ตอบโจทย์ยังไง คือ เลือกครูได้เท่าที่เราต้องการ ครูเจ้าของภาษาหรือครูฟิลิปปิน ชั่วโมงบินกี่ครั้งๆเลือกได้เลยฃ เลือกราคาอัตราค่าเรียนได้ตามที่เราสะดวก จะถูกจะแพงมีหมดค่ะ เลือกเวลาได้ตามที่เราสะดวก จะวางแผนสั้นวางแผนยาวๆก็แล้วที่แต่ที่เราว่าง บางทียิ่งเป็นพ่อแม่ลูกเล็กก็อยากเรียนแต่ก็ต้องรอลูกหลับบ้างอะไรบ้าง ก็สามารถเลือกเป็นวันต่อวัน วีคต่อวีคได้เลยถ้าครูตารางว่าง match กับเรา เรียนแล้วไม่ปลื้ม เปลี่ยนครูได้จ้า ไม่ต้องเกรงใจไม่ต้อง เครียดกันยาวๆ ไม่ match กับเราก็เลือกกันใหม่ create กับครูได้ว่าเราอยากได้อะไรจากการเรียนแบบยาวๆหรือสั้นๆก็ได้ เช่น เรียนครั้งนี้เพราะอยากฝึกเขียนให้เก่ง หรืออยากพูดให้เก่ง  หรือsession ของณดาครูก็แนะนำให้แยก session เป็นครั้งละ 15 นาที จะเหมาะกับเด็กเล็กมากกว่า ส่วนอีก 15 … More Review+How to เรียนภาษาจากครูเจ้าของภาษาทั่วโลกด้วย Italki

💕💕ข้อคิดจากคุณแม่ลูกสอง 💕💕

ผมมีข้อความโพสที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูก 2 โดยผมขออนุญาตจากคุณแม่ที่ได้แบ่งปันเรื่องราวดีๆทีไ่ด้เรียนรู้ในการใช้วิธีเลี้ยงลูกเชิงบวกหรือ‪#‎AttachmentParenting‬ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เผชิญของการเป็นคุณแม่ลูกสองท่านนี้แล้ว เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกๆท่านต่อไปครับ _________________________________ วันนี้ขอแชร์ประสบการณ์เรื่องลูกและขอบคุณพ่อโป๊ะแม่แป้งและสมาชิกของคลับ Happy to play and Learn kids คะ (เรื่องยาวไปหน่อยนะคะ ต้องขอโทษด้วยคะ แต่อยากแชร์คะ) . เคยแชร์ปัญหาเรื่องลูกแฝด ชายหญิงอายุ 2.11 ด. ปัญหาคือแฝดพี่ไม่แบ่งของเล่น กัด ข่วน น้องเวลาน้องมาหยิบของเล่น คนในครอบครัวแนะนำให้ตีมือ และตบปากน้องริว เพื่อสอนให้รู้ว่าห้ามกัดน้อง แม่ก็ทำคะ เวลาพี่กัดหรือข่วนน้อง แม่จะเสียงดัง รวมถึงตีมือและบอกคนพี่ว่า อย่าทำน้อง แรกๆ ทำก้อไม่มีอะไรคนพี่แค่มอง แต่พอหลายครั้งต่อมา คนพี่เริ่มกลัวและตกใจในสิ่งที่แม่เสียงดังและตี จนร้องไห้และฉี่โดยอัตโนมัติ จนแม่เองก้อตกใจที่ลูกฉี่ราดจึงหยุดเสียงดัง และไม่กล้าเสียงดังใส่เวลาเค้ากัดน้อง แต่มันกลายเป็นกลไกที่สมองเค้าสั่งไปแล้วว่า เวลาแม่เสียงดังใส่ เค้าจะพูดว่าฉี่และฉี่เลย เพราะรู้ว่าถ้าทำแบบนี้ แม่จะไม่เสียงดังและเพื่อให้แม่สนใจ ….เป็นปัญหาสิคะทีนี้ เราไม่รู้จะแก้ไขปัญหาคนพี่ยังไง . จนกระทั่งได้มาแชร์เรื่องในคลับ ซึ่งสมาชิกหลายคนในคลับคอมเม้นมาให้คำแนะนำเยอะมากคะ ซึ่งต้องขอบคุณทุกคนตรงนี้ด้วยคะ และวันนั้นเอง ก้อได้คุยกับพ่อโป๊ะเป็นครั้งแรก พ่อโป๊ะให้คำปรึกษาดีมาก … More 💕💕ข้อคิดจากคุณแม่ลูกสอง 💕💕

Timeline of Life

timeline of life อดีต…ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่เราใช้อดีตให้เป็นประโยชน์ได้ ด้วยการให้ความหมายใหม่ อดีต…ที่เลวร้ายจงใช้เป็นบทเรียน อดีต…ที่ภาคภูมิใจจงใช้เป็นพลัง ในการนำพาชีวิตให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ปัจจุบัน… เป็นตัวกำหนดอนาคต เราสามารถกำหนดชะตาชีวิตเราได้ด้วยตัวเอง ด้วยการกระทำของตัวเราเอง อย่ามัวแต่โทษฟ้าดิน หรืออ้างชะตาลิขิต ชีวิตอาจเจออุปสรรคบ้าง จงบอกกับตนเองไว้เสมอว่า มันเป็นเพียงบททดสอบ มิใช่ตัวกำหนดชะตาชีวิต ขอเพียงชัดเจนหนักแน่นในเป้าหมาย และมีสติตื่นรู้อยู่กับปัจจุบันขณะ เราจะลิขิตชีวิตได้ตามใจปรารถนา เพราะเช้านี้ก็จะกลายเป็นอดีตของวันนี้ และวันนี้ก็จะกลายเป็นอดีตของวันพรุ่งนี้ไปในที่สุด… อนาคต… เป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น จงอย่ากังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง จนกลายเป็นเครื่องกีดขวาง ไม่ให้ชีวิตก้าวเดินไปข้างหน้า แต่เราสามารถใช้อนาคต มาเป็นตัวกำหนดเป้าหมาย และเส้นทางเดินของชีวิต ที่เราต้องการจะเป็นได้ พ่อโป๊ะ Life Coach และกระบวนกร

Lesson learn หนังสือ กฎแห่งกระจก

รีวิวหนังสือ กฎแห่งกระจก เขียนโดย โยชิโนริ โนงุจิ แปลโดย ทิพย์วรรณ ยามาโมะโตะ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์อัมรินทร์ —————————— ครั้งหนึ่งเคยได้อ่านหนังสือเล่มนี้ใช้เวลาอ่าน 1 คืนเท่านั้น เริ่มจากคำนำที่สะดุด “ชีวิตคือกระจกสะท้อนจิตใจของเราเอง เหตุการณ์ต่างๆในชีวิตทั้งดีและร้ายมีต้นเหตุมาจากจิตใจของเราทั้งสิ้น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่จิตใจของเราเป็นอันดับแรก โดยมีเคล็ดลับง่ายๆคือการตระหนักถึงพลังแห่งการให้อภัยและพลังแห่งการขอบคุณทุกๆลมหายใจ” อ่านแล้วคิดว่ามีประโยชน์ความหมายต่อชีวิตมากๆ อ่านแล้วเหมือนได้รับพลังบางอย่างเติมเต็มให้ชีวิตรู้สึกมีคุณค่า ขอเล่าสู่กันฟังและถ่ายทอดสิ่งที่เชื่อมโยงจากบางบทที่หนังสือกล่าวไว้ • ตอนหนึ่งในการ์ตูนที่บอกว่า …เมื่อมองเห็นตัวเองในกระจกว่าไม่เรียบร้อยใช่ว่าเราจะยื่นมือไปจัดระเบียบตัวเราในกระจกได้ แต่เราต้องจัดระเบียบที่ตัวเราเอง และเมื่อทำได้เช่นนั้นตัวเราในกระจกก็จะเรียบร้อยขึ้นมาเอง ปัญหาชีวิตก็เช่นกัน การจะแก้ปัญหาได้อย่างหมดจดเราจำเป็นต้องแก้ไขต้นเหตุที่อยู่ในจิตใจของเราเอง… มันคือเรื่องจริงเพราะทุกครั้งที่เราเจอปัญหาเรามักจะโทษคนอื่นเสมอๆ โทษ Event เสมอๆ แต่ไม่ค่อยได้ปรับ Response ของเราเอง • “เราต้องเปลี่ยนตัวเองแทนที่จะคาดหวังว่าคนอื่นจะอาจจะเปลี่ยน อย่าคิดว่าเพราะคนอื่นต่างหากที่ทำให้ชีวิตของเราไม่เป็นไปตามอย่างที่หวัง” ทำให้นึกถึงที่คลาส Life Coach อาจารย์มักจะสอนให้เราคิดว่าอย่าทำตัวเป็น Effect ที่รู้สึกว่าเพราะคนอื่นเพราะสิ่งนั้นสิ่งนี้ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ แต่ให้เราคิดเสมอว่าเรานั้นคือ Clause ที่กำหนดนำพาชีวิต ความคิด และความรู้สึกของเราด้วยตัวเราเอง • “จงอย่าตัดสินว่า การที่คนคนหนึ่งต้องเจอเรื่องร้ายๆ ว่าอาจจะเป็นเพราะเขามีจิตใจที่ไม่ดี เพราะถ้ามัวแต่ตัดสินชีวิตคนอื่น อาจมีความเป็นไปได้ที่ชีวิตของเราจะกลายเป็นฝ่ายถูกตัดสินเสียเอง…” … More Lesson learn หนังสือ กฎแห่งกระจก

The Success Principles : สมการความสำเร็จ ตอนที่ 1

ถ้าพูดถึงเรื่องเป้าหมายในชีวิต ทุกคนคงจะมีแล้ว เจอแล้ว วางแผนแล้ว หรือบางคนอาจจะอยู่ในระหว่างทางที่หาคำตอบอยู่ สำหรับคนที่เจอแล้วรู้แล้วแต่ไม่รู้จะเอาไงดีกับหนทางที่จะไป หรือแม้แต่บางคนที่รู้สึกว่าชีวิตฝืดๆ อืดๆ อะไรๆก็ดูยาก โอกาสน้อย หนทางไม่มี  อยากหนีปัญหาเอาไงดี อยากให้ลองอ่านแนวคิดนี้ดูค่ะ เรื่องของสมการสู่ความสำเร็จ จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตัวเราเองก็กำลังฝึกตัวเองอยู่นะคะ ไม่ใช่ผู้รู้ หรือผู้สำเร็จแล้ว  ที่จะมาบอกว่าเฮ้ยยยมันเจ๋งนะมันทำได้ไรงี้ค่ะ แต่เราแค่คิดว่า “เออมันจริงว่ะ”  อยากลองดูสักตั้ง อยากบอก อยากให้กำลังใจใครหลายคนที่ฝืดๆอืดๆ เหมือนเราได้ลองเรียนรู้กะสิ่งนี้ดู ว่าด้วยเรื่องสมการนี้ เราได้เรียนจากห้องเรียนที่ชื่อว่า “Life Coaching” การเป็นโค้ชชีวิต แหมๆๆอ่านดูแล้วเหมือนกะว่าเรียนไปแล้วอิฉันนี่น่าจะสามารถเป็นโค้ชส่องทางสว่างให้กับคนได้ถ้าเรียนจบงี้เป็นแน่  …เปล่าค่ะ  ห้องเรียนนี้เรียนแค่ 2 วัน  บทเรียนชีวิต เคสชีวิตที่วิทยากรให้ทดลองไม่ใช่ใครที่ไหน ตัวเราเองนี่ล่ะคะ่  จะเริ่มโค้ชคนอื่นได้ ต้องรู้จักตัวเองโค้ชตัวเองให้ได้ก่อน นี่ไง นี่ล่ะที่บอกว่าอิชั้นไม่ใช่ผู้รู้ แต่เป็นผู้เรียนทุกๆนาทีในการดำรงชีวิตอยู่น่ะเอง เข้าเรื่องดีกว่า … แนวคิดนี้มาจากหนังสือ The Success Principles ของ Jack Canfiefd สมการนี้มีมีง่ายๆ สั้นๆว่า ” E+R=O” อธิบายย่อๆ … More The Success Principles : สมการความสำเร็จ ตอนที่ 1

Words of Life

….อย่าสับสนความอยากสอนของเธอ กับความพร้อมที่จะฟังของลูก สำคัญยิ่งกว่า คือความจริงอันไร้ถ้อยคำ ที่พวกเขาซึมซับจากเธอ หากเธอยินดีกับความมหัศจรรย์อันเรียบง่ายของชีวิต พวกเขาจะรู้สึกได้ถึงความลึกซึ้งแห่งความสุข และเรียนรู้ที่จะสัมผัสความรื่นรมย์ หากเธอเดินไปกับพวกเขาในความมืด แห่งความไม่รู้ของชีวิต เธอจะช่วยเปิดประตูสู่ความเข้าใจ พวกเขาจะเรียนรู้การมองเห็นในความมืด …และไม่กลัว   ก้าวไปด้วยการเดินอย่างแช่มช้าและมีสติ ชี้ให้พวกเขาเห็นทุกสิ่งเล็กๆที่เข้ามากระทบใจเธอ สังเกตสิ่งเล็กๆ ที่เข้ามากระทบใจพวกเขา อย่ามัวแต่มองหาบทเรียน หรือพยายามมองหาคำสอนอันยิ่งใหญ่ แค่สังเกตุ….. แล้วบทเรียนจะสอนโดยตัวมันเอง   By วิลเลี่ยม มาร์ติน : พ่อแม่ เต้าเต๋อจิง แบ่งปัน by แม่แป้ง

บันทึกส่วนหนึ่งจากห้องเรียน เลี้ยงลูกด้วยจิตตื่นรู้

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเวิคช้อปครั้งนี้ ที่ลองเอาไปใช้แบบคนร้อนวิชาแล้วเห็นผลจริงๆเลยคือเรื่องของ การกอด รับฟังเด็กด้วยสมองซีกขวา และการconnect กับลูกน่ะค่ะ จากเวิคช็อปคุยวงเล็กกับแม่ๆ แม่ชิงชิง แม่ต๋า เรื่องที่เราเดินออกจากบ้านทุกครั้งแล้วพักหลังลูกจะร้องไห้ เราก็เลยยิ่งแอบเนียนค่อยๆย่องออกไป  แม่ชิงชิง แม่ต๋า บอกให้ลองใหม่ บอกเค้าแบบมั่นใจ หนักแน่น อย่ากังวล กอดเค้า ให้เค้ารับรู้ว่าเราจะไปและจะกลับมาอย่างแน่นอน เช้าวันอาทิตย์ตื่นนอน ลูกก็ตื่นร่าเริงปกติ เราบอกเค้าว่า วันนี้แม่ขอโทษลูกนะที่ไมไ่ด้พาหนูไปว่ายน้ำ (ณดาชอบเรียนว่ายน้ำมากๆ) วันนี้แม่จะไปสัมมนา ไปทำงานนะคะลูก ลูกอยู่กับย่านะคะ แล้วแม่จะกลับมาตอนเย็นหาหนู หน้าเค้าแบบตั้งใจฟังมากๆ แล้วก็พยักหน้า พูดว่า” ค่ะๆ” พอถึงตอนออกจากบ้าน เราสองคนมองหน้ากันเตรียมกับปู่ย่านิดหน่อยว่า เอาล่ะเดี๊ยวจะบอกเค้าก่อนเปิดประตูออกไป แม่ : ณดาเดี๊ยวแม่ไปทำงานนะลูก วันนี้ลูกอยู่กับย่านะคะ เดี๊ยวแม่กลับมา ณดา : งื้อๆ แงๆ (เริ่มทำท่าจะร้อง ทำมือให้อุ้ม) แม่อุ้มลูกแล้วกอดกันแน่นๆ มากกว่าที่เคยกอด ณดากอดแม่แน่นแต่มือนางคือ ตบหลังมาเบาๆ แปะๆๆ ประหนึ่งว่านางกำลังจะสื่ออะไรบางอย่าง แม่: แม่ไปก่อนนะลูกเอาล่ะ อยู่กับย่านะคะลูก … More บันทึกส่วนหนึ่งจากห้องเรียน เลี้ยงลูกด้วยจิตตื่นรู้