Capture Knowledge “หนังสือ Intuitive Parenting เลี้ยงลูกด้วยสัญชาตญาณ”

Capture Knowledge “หนังสือ Intuitive Parenting เลี้ยงลูกด้วยสัญชาตญาณ” ทฤษฎีการเลี้ยงลูกที่ล้นทะลัก แนวการเรียนรู้ที่เราสับสนในความต่างของแต่ละแนว หนังสือหลายเล่มที่นำเสนอแนวทางการเลี้ยงลูกมากมาย บ้างก็หนังสือแปล บ้างก็หนังสือวิชาการอ่านยาก…สำหรับใครที่สับสนว่าข้อมูลที่ล้นทะลักมากมายนั้นฉันจะเลือกอ่านเล่มไหนดี อยากจะขอนำเสนอเล่มนี้ค่ะ …”Intuitive Parenting เลี้ยงลูกด้วยสัญชาตญาณ” เล่มนี้เป็นอีกเล่มที่อ่านง่ายและเนื้อหาเข้าใจง่ายมากค่ะ ส่วนตัวยกให้เล่มนี้เป็น top ten ของหนังสือแห่งการเลี้ยงลูกเลย เนื้อหาทุกหน้าทุกตอนสอดคล้องกับ Life Coaching  ที่เคยได้เรียนมา และเชื่อมโยงกับหนังสือหลายๆแนวที่เราได้อ่านอย่างเข้าใจง่ายและตรงใจที่สุด (มารู้ตอนอ่านจบแล้วว่าผู้เขียน คุณสุวรรณา โชคประจักษ์ชัด เป็น Life Coach ด้วยเช่นกัน) หนังสือเล่มนี้เน้นมากเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเราเอง เข้าใจตัวเราเอง การดูแลพลังชีวิตของพ่อแม่ให้สมดุลและคิดบวกเป็นสิ่งจำเป็นในการหล่อเลี้ยงลูกๆของเรา  ในเล่มมี 12 บทที่ครอบคลุมและเข้าใจง่าย มีการแทรกคำถาม workshop ให้เราคิดและหาคำตอบในแบบฉบับของเราเองด้วย เพื่อให้เราได้ทบทวนความคิดความเชื่อของเราที่มีต่อตัวเองและการเลี้ยงลูก โดยขอ Capture Knowledge และข้อคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ดังนี้ค่ะ “คุณคือครูคนแรกของลูก” ประโยคนี้ให้ความหมายของการเป็นพ่อแม่ และให้นัยยะว่าการทำหน้าที่พ่อแม่ของลูกนั้นเราเองคงไม่อยากเสียใจในภายหลังหากไม่ได้ทำหน้าที่ในความเป็นพ่อแม่ในวันนี้ดีที่สุด เคสที่สอนได้ดีมากคือครอบครัวสมัยก่อนที่มีลูกหลายคนไม่เพียงแต่หน้าตาที่ไม่เหมือนกัน ก็ยังมีนิสัยและอัจฉริยภาพที่ต่างกันด้วยทั้งที่เลี้ยงดูเหมือนกัน นี่คือพื้นฐานที่พ่อแม่ต้องจำไว้ ลูกเป็นแบบที่เราเชื่อและเราคิด เคสในหนังสือ คือ เด็กอัจฉริยะคนหนึ่งบอกว่าเขานั้นเก่งและฉลาด แม้ว่าใครจะมองว่าเค้าโง่หรือปัญญาอ่อนเรียนรู้ไม่ได้แต่เขาเชื่อคำพูดของแม่ว่า … More Capture Knowledge “หนังสือ Intuitive Parenting เลี้ยงลูกด้วยสัญชาตญาณ”

รีวิวหนังสือ “The Element : รหัสปฏิวัติชีวิต” บทที่ 1

หนูน้อยเรียนไม่ได้เรื่อง ส่งงานช้า ลายมือไก่เขี่ย ผลสอบย่ำแย่ เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังเป็นตัวทำลายความสงบในห้องเรียน ประเดี๋ยวก็นั่งขยุกขยิกส่งเสียงดัง ประเดี๋ยวก็มองออกไปนอกห้อง จนครูที่สอนอยู่ต้องชะงัก และหันมากำชับให้เธอสนใจบทเรียน แต่สักพักเธอก็จะทำอะไรต่อมิอะไร กวนสมาธิเพื่อนๆอีก จนครูแนะนำให้แม่ของหนูน้อยพาไปเรียนในโรงเรียนเด็กพิเศษ” ถ้าข้อความดังกล่าวนี้เป็นพฤติกรรมของลูกคุณที่เกิดในชั้นเรียน คุณจะรู้สึกอย่างไรและจะทำอย่างไรกับลูกของคุณ ผมเชื่อว่า คุณพ่อ คุณแม่หลายท่านคงจะกลุ้มใจ และอาจจะคิดว่าลูกของคุณเป็นโรคสมาธิสั้น และอาจจะพาไปหาหมอเพื่อรักษาพ่อ แม่ ของ เด็กคนดังกล่าวก็ทำเช่นกันครับ  โดยการพาเธอไปพบกับ นักจิตวิทยา และเป็นโชคดีของหนูน้อยที่ได้พบกับนักจิตวิทยา ที่เข้าใจถึง ธาตุแท้ ของหนูน้อย นักจิตวิทยา ท่านนั้น ได้เปิดเพลงเบาๆ ก่อนออกจากห้องโดยปล่อยให้เธออยู่ในห้องเพียงลำพัง นักจิตวิทยาและแม่ของหนูน้อย ออกไปเฝ้าดูพฤติกรรมในอีกด้านหนึ่งของห้องโดยที่หนูน้อยไม่รู้ตัว เกิดอะไรขึ้นรู้ไหมครับ หนูน้อยลุกขึ้นยืนและเคลือนไหวร่างกายไปตามท่วงทำนองดนตรี ด้วยลีลาอันสง่างามด้วยสีหน้าที่มีความสุขอย่าง ลึกล้ำ “ ลูกของคุณไม่ได้ป่วย เธอเป็นนักเต้นให้เธอเข้าโรงเรียนเต้นรำเถอะครับ” นี่เป็นคำแนะนำ ของนักจิตวิทยาต่อแม่ของหนูน้อยท่านนั้น ท่านผู้อ่านคงอยากรู้แล้วใช่ไหมครับว่า หนูน้อยคนนั้นคือใคร เธอมีชื่อว่า จิลเลียน ลินน์ นักออกแบบท่าเต้นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่ง และเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานละครเพลงซึ่งประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เรื่อง Cats และThe Phantom of … More รีวิวหนังสือ “The Element : รหัสปฏิวัติชีวิต” บทที่ 1

Lesson learn หนังสือ กฎแห่งกระจก

รีวิวหนังสือ กฎแห่งกระจก เขียนโดย โยชิโนริ โนงุจิ แปลโดย ทิพย์วรรณ ยามาโมะโตะ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์อัมรินทร์ —————————— ครั้งหนึ่งเคยได้อ่านหนังสือเล่มนี้ใช้เวลาอ่าน 1 คืนเท่านั้น เริ่มจากคำนำที่สะดุด “ชีวิตคือกระจกสะท้อนจิตใจของเราเอง เหตุการณ์ต่างๆในชีวิตทั้งดีและร้ายมีต้นเหตุมาจากจิตใจของเราทั้งสิ้น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่จิตใจของเราเป็นอันดับแรก โดยมีเคล็ดลับง่ายๆคือการตระหนักถึงพลังแห่งการให้อภัยและพลังแห่งการขอบคุณทุกๆลมหายใจ” อ่านแล้วคิดว่ามีประโยชน์ความหมายต่อชีวิตมากๆ อ่านแล้วเหมือนได้รับพลังบางอย่างเติมเต็มให้ชีวิตรู้สึกมีคุณค่า ขอเล่าสู่กันฟังและถ่ายทอดสิ่งที่เชื่อมโยงจากบางบทที่หนังสือกล่าวไว้ • ตอนหนึ่งในการ์ตูนที่บอกว่า …เมื่อมองเห็นตัวเองในกระจกว่าไม่เรียบร้อยใช่ว่าเราจะยื่นมือไปจัดระเบียบตัวเราในกระจกได้ แต่เราต้องจัดระเบียบที่ตัวเราเอง และเมื่อทำได้เช่นนั้นตัวเราในกระจกก็จะเรียบร้อยขึ้นมาเอง ปัญหาชีวิตก็เช่นกัน การจะแก้ปัญหาได้อย่างหมดจดเราจำเป็นต้องแก้ไขต้นเหตุที่อยู่ในจิตใจของเราเอง… มันคือเรื่องจริงเพราะทุกครั้งที่เราเจอปัญหาเรามักจะโทษคนอื่นเสมอๆ โทษ Event เสมอๆ แต่ไม่ค่อยได้ปรับ Response ของเราเอง • “เราต้องเปลี่ยนตัวเองแทนที่จะคาดหวังว่าคนอื่นจะอาจจะเปลี่ยน อย่าคิดว่าเพราะคนอื่นต่างหากที่ทำให้ชีวิตของเราไม่เป็นไปตามอย่างที่หวัง” ทำให้นึกถึงที่คลาส Life Coach อาจารย์มักจะสอนให้เราคิดว่าอย่าทำตัวเป็น Effect ที่รู้สึกว่าเพราะคนอื่นเพราะสิ่งนั้นสิ่งนี้ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ แต่ให้เราคิดเสมอว่าเรานั้นคือ Clause ที่กำหนดนำพาชีวิต ความคิด และความรู้สึกของเราด้วยตัวเราเอง • “จงอย่าตัดสินว่า การที่คนคนหนึ่งต้องเจอเรื่องร้ายๆ ว่าอาจจะเป็นเพราะเขามีจิตใจที่ไม่ดี เพราะถ้ามัวแต่ตัดสินชีวิตคนอื่น อาจมีความเป็นไปได้ที่ชีวิตของเราจะกลายเป็นฝ่ายถูกตัดสินเสียเอง…” … More Lesson learn หนังสือ กฎแห่งกระจก